Category Archives: ความเกลียด

on reading: แผ่นดินของเรา

มาตรฐาน

image

ฉันเชื่อว่ามีหนังสือ หนัง และเพลงไม่น้อยที่ถูกสร้างไว้เพื่อ “รอ” คนมาเปิดอ่าน ดู และฟัง

ตลอดมาฉันเห็น “แผ่นดินของเรา” ในรายชื่อหนังสืออ่านนอกเวลา ในชั้นวางของหลายห้องสมุดกับร้านหนังสือหลายร้าน และทั้งๆ ที่ได้ยินเพื่อนๆ พี่ๆ พูดถึงหาดทุ่งวัวแล่นกับดอกจันทร์กระพ้อมาตลอด กับอาจจะเคยชมละครเวอร์ชั่นที่ใหม่ เจริญปุระ เล่นเป็นภัคคินีด้วยซ้ำ แต่ยังไม่เคยเปิดหนังสือเล่มนี้อ่านเกิน 5 หน้าสักที

งานสัปดาห์หนังสือเมื่อเมษายนปีก่อนคงถึงเวลาอ่านของฉันแล้ว ทั้งๆ ที่ตอนนั้นไม่ค่อยมีอารมณ์จะสนุกสนานกับอะไรนัก แต่ฉันเลือกหนังสือเล่มนี้กลับบ้านด้วย และอ่านจนจบภายใน 1 ปี

เหมือนหนังสือเล่มนี้รอให้ฉันโตได้ที่ มีวุฒิภาวะในการอ่านก่อน (ยังสงสัยว่าทำไมมันกลายเป็นหนังสืออ่านนอกเวลา ม.ปลายไปได้) เพราะเรื่องราวข้างในเป็นดราม่าหนักๆ อันเป็นผลพวงของความหุนหันพลันแล่นตัดสินใจของชายหญิงคู่หนึ่งโดยอ้าง ‘บัญชาของความรัก’ โดยไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่แคร์หัวใจสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งสามีกับว่าที่ภริยา ซึ่งส่งผลให้ชีวิตที่เหลือของผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหญิงชายคู่นี้ต้องพังทลายลงเหมือนโดมิโน่ ส่วนชีวิตเจ้าตัวคนที่เลือกเดินไปตามทางที่ความรักเลือกให้ ก็จบลงอย่างน่าอนาถเช่นกัน

คนอ่านเช่นฉันซึ่งขณะนี้ผ่านโลกมาพอประมาณ อาจจะไม่มาก แต่ไม่น้อย เคยประสบกับ ‘ความรักที่บัญชาชีวิตได้’ มาบ้าง ย่อมเข้าใจดี ไม่มีข้อสงสัยกับการตัดสินใจที่ออกจะดูงี่เง่าไร้เหตุผลของตัวละคร …มันเป็นไปได้ขนาดนั้นเลยแหละ ฉันรู้ ที่ทึ่งคือทำไมแม่อนงค์เขียนได้ถึงขนาดนั้น ขนาดที่ถ้ามีใครหยิบบทประพันธ์ไปทำมิวสิคัล หนัง หรือละคร ยังไม่รู้จะถ่ายทอดความรู้สึกสู่ผู้ชมได้กี่ส่วนของที่เราซึมซับจากการอ่าน ช่างบรรยายความรู้สึกไร้ตรรกะของตัวละครที่กำลังตาบอดเพราะความรู้สึกที่เชื่อว่าคือ ‘ความรัก’ ได้หนักแน่นไปด้วยเหตุผลจนเราไม่อาจเถียง เชื่อด้วยซ้ำ ว่าหากเราเป็นเขาในตอนนั้นเราคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปในทางเดียวกัน

ฉันจบ’แผ่นดินของเรา’ ที่ก้องไปด้วยเสียงคลื่นทยอยซัดหาดทุ่งวัวแล่น อวลกลิ่นดอกจันทร์กระพ้อ (ซึ่งยังไม่เคยเห็น) ตลอดการอ่าน พร้อมการค้นพบบางอย่าง

สิ่งที่ทำให้พวกเขาเป็นสุขและเป็นทุกข์ ไม่ใช่ความรัก หรือบัญชาบ้าๆ บอๆ อะไรนั่นหรอก แต่คือการรู้จัก ‘ให้อภัย’ ไม่มีใครในนั้นเลยที่ให้อภัยคนอื่นได้ กับตัวเองยิ่งมีแต่ตอกย้ำ โบยตี และลงโทษด้วยความทรงเก่าๆ ตอกย้ำซ้ำๆ ถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้ว จบไปแล้ว ไม่มีอะไรที่แก้ไขได้อีกแล้ว

ทำใจไม่ได้

ถ้าเพียงแต่เขาเข้าใจและให้อภัยคนอื่น และตัวเอง ซึ่งในฐานะปุถุชนแล้ว อาจผิด และพลาดได้ในทุกเรื่อง ตลอดเวลา เข้าใจว่าอดีตคือเรื่องที่เราก้าวผ่านมาแล้ว ควรจะพ้นมันไปได้จริงๆ เข้าใจว่าชีวิตยังมีวันข้างหน้า ไม่มีประโยชน์โภชน์ผลอันใดที่จะจมอยู่กับอดีต ชีวิตของแต่ละคนคงไม่ดำเนินไปอย่างขมขื่นจนกระทั่งมันจบลงอย่างมืดหม่นอนธกาล

โลกคือนิยาย, นิยายสะท้อนโลก ถ้าทุกคนในนั้นทำใจได้ เราก็คงไม่ได้อ่านนิยายสนุกที่สะท้อนให้เห็นภาพจำลองจากผลพวงจากการกระทำโดยไร้สติไตร่ตรองให้รอบคอบ เพราะเพียงทำไปตามอารมณ์รักเช่นนี้

สงสัยอีกอย่าง ถ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้ขณะยังเยาว์วัยกว่านี้ จะรู้สึกต่อหนังสือเล่มนี้ต่างไปจากนี้แค่ไหน

หมายเหตุ:
-อยากไปเห็นหาดทุ่งวัวแล่นสักครั้ง
-กลิ่นดอกจันทร์กระพ้อเป็นอย่างไร ต้องรอหน้าหนาวใช่ไหม
-ฉันรู้จักมาลัย ชูพินิจ ช้าไป
-อยากอ่านทั้งชั่วฟ้าดินสลาย และซีรีส์น้อย อินทนนท์เลย

Advertisements

21 days, my journey back to life (day 20/21)

มาตรฐาน

day 20: พฤหัสบดี 20 กุมภาพันธ์ 2557
image

เกลียดกันได้ขนาดนั้นเลยหรือ?

หลังหายอึ้งที่ถูกเขา block ในเฟซบุ๊ค ฉันเริ่มคิด และถามตัวเอง

วันนี้เป็นวันที่ 20 ที่ฉันถูกขอจบความสัมพันธ์ผ่านการส่ง message ในเฟซบุ๊ค ด้วยเหตุผลว่าเขากลัวความสัมพันธ์ กลัวความผูกพัน กลัวความพลัดพราก แล้วฉับพลันนั้นเขาก็เปลี่ยนแบบพลิกฝ่ามือ เลิกติดต่อฉัน ไม่โทร ไม่ inbox ไม่ tag ไม่มีคอมเมนต์ และไม่มีเงาของเขาในเฟซบุ๊คของฉันอีกต่อไป

…แต่เรายังเป็นเพื่อนกัน ฉันคิดโง่ๆ ตามสถานะในเฟซบุ๊คที่คอยเช็กทุกวัน โดยการเข้าไปที่ timeline ของเขา เพื่อจะดูว่าคำว่า friend ยังอยู่ตรงนั้น ข้างๆ กับคำว่า message ซึ่งยังเป็นช่องทางที่เราอาจส่งข่าวหากัน หากต้องการ

แต่ขอสารภาพความจริงว่าเมื่อเข้าไปแล้วฉันไม่ได้ดูเฉพาะคำคำนั้นหรอก ฉันยังดูเรื่องราวที่เขาเล่าสู่โลกเท่าที่เขาจะอนุญาตให้ “เพื่อน” ระดับฉันรับรู้ได้ด้วย

แม้ฉันจะโอเคขึ้นมากแล้ว ใกล้คำว่าหายดีเข้าไปทุกที แต่ผู้หญิงเราเป็นแบบนี้แหละ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นคนขอจบความสัมพันธ์ ฉันสารภาพ ฉันดูเฟซบุ๊คเขาทุกวัน

เขาไม่ได้ unfriend และแม้ฉันเคยคิดว่าจะ unfriend เขาเองหลังได้ของคืน แต่ก็ไม่ได้ทำ เพราะยังอยากรู้ว่าชีวิตเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็มันน่าสนใจจริงๆ

สาบานว่าฉันได้แต่ดู ไม่เคยแสดงความคิดเห็นหรือก้าวก่ายชีวิตใหม่ของเขากับผู้หญิงอีกคน ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีฉันรวมอยู่ด้วย ดูทุกวัน จนเห็นว่ามันเป็นเรื่องของมนุษย์ธรรมดาสามัญที่มีความต้องการความรักและการยอมรับ เช่นเดียวกับคนอื่นๆ และตัวฉันเอง

เริ่มชาชินและรู้สึกว่าเรื่องราวของเขาเกือบกลายเป็นเรื่องราวของคนรู้จักแต่ไม่สนิทนักซึ่งมีชีวิตอยู่ใน friend list ของเรา และเราจะบังเอิญรู้เรื่องของในชีวิตเขาผ่าน news feed ในเฟซบุ๊ค เช่นเดียวกับเพื่อนกลุ่มนี้อีกนับสิบๆ คน

แต่วันนี้แปลกไป ฉันไม่สามารถหาเฟซบุ๊คของเขาพบ มันขึ้นคำแปลกๆ และมีอาการแปลกๆ ฉันรีบกลับไปที่ timeline ตัวเอง พบว่าในอัลบั้ม photo of you ไม่เหลือรูปถ่ายของเขาที่เคย tag ฉันแล้ว

ฉันเริ่มแน่ใจว่าเขา block ฉัน

แปลกดี ไม่ได้เริ่มต้นที่การ unfriend เพื่อจำกัดสิทธิ์ในการเข้าสู่โลกเฟซบุ๊คของเขา แต่ไปสู่ขั้นของการ block เพื่อไม่ให้สิทธิ์ในการมองเห็นเขาอีกต่อไปเลย

เพื่ออะไร? ฉันคิด ถ้าไม่อยากให้ฉันรู้เรื่องของเขาอีก แค่ unfriend ก็พอ เออ แต่ต้องเซ็ต privacy ไม่ให้อยู่ที่ public ด้วยนะ

ฉันเชื่อว่าการ block ที่จริงไม่ได้เป็นการป้องกันไม่ให้ฉันเห็นเรื่องราวของเขาหรอก เฟซบุ๊คไม่เคยเก็บความลับให้ใคร ถ้าฉันคลั่งอยากรู้เรื่องของเขาจริงๆ ไม่ต้องพัฒนาตัวเองให้ถึงขั้น stalker เลย แค่ sign up อีกบัญชีหนึ่ง ฉันก็ยังเข้าถึงเรื่องราวที่เขา public ได้อยู่ดี

ไม่ใช่ เขาไม่ได้ block เพื่อการนั้น แต่เพื่อเป็นการ delete tag ทั้งในส่วนของรูป และ status จำนวนมากมายในเวลาสั้นๆ เพียงเกินเดือนมานิดหน่อย ทำให้มันหายไป เพื่อตัวเอง หรือเพื่อคนอื่นไม่รู้ แต่เรื่องนั้นฉันไม่สนใจแล้ว

ง่ายดี ..เขาเข้าใจคิด ฉันเชื่อว่านี่อาจไม่ใช่เทคนิคใหม่อะไร ด้วยวิธีเดียวกันนี้เขาอาจจะเคยใช้แล้ว เพื่อลบร่องรอยผู้หญิงเก่าๆ ออกไปจากเฟคบุ๊คของตัวเองอย่างรวดเร็ว …ก็ไม่แน่ใจนักในข้อสันนิษฐานนี้ เพราะตอนคบกัน ฉันไม่เคยติดจะตรวจเฟซบุ๊คของเขา
(แต่เราสามารถติดตามได้ว่าเขาจะใช้มุกนี้อีกไหม เมื่อเขาเจอผู้หญิงคนที่ใหม่กว่าผู้หญิงคนนี้ ก็แค่ดูว่า อยู่ๆ เรื่องราวของเธอคนนี้จะหายไปจากเฟซบุ๊คเขาอย่างไร้ร่องรอยหรือเปล่า-แต่ฉันบอกเลยว่าต่อจากนี้ฉันคงไม่สนใจแล้วล่ะ)

ฉันสงสัยว่าเขาจะเกลียดฉันจนไม่อยากเหลือความทรงจำที่เกี่ยวกับฉันอีกต่อไป

เสียใจนิดเดียว เขาน่าจะเข้าใจ-เท่าที่เขารู้จักฉัน-นะ ว่าฉันไม่ได้เป็นผู้หญิงถูกทิ้งที่น่ารำคาญนัก แรกๆ ฉันอาจจะช็อคและงอแงบ้าง แต่ก็แข็งแรงพอจะตั้งสติได้ในเวลาไม่นาน และที่จริงฉันเป็นคนพูดรู้เรื่อง

กลับมา ณ จุดที่ฉันยืนอยู่ ไม่มีเขา แต่ฉันยังแวดล้อมด้วยผู้คนที่รักและเห็นค่าของฉัน รวมแมวอีกสองตัว

มีคนเกลียดแค่คนเดียว มันจะเป็นอะไรนักหนาเชียว?