อย่ากลัวฝนเพราะฝนนั้นเย็นฉ่ำ

มาตรฐาน

6972

 

“ตื่นเต้นไหม?”

ก่อนถึงวันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ในรายการนาวิกโยธินมาราธอน 2016 ที่สัตหีบ วันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อนที่จะไปวิ่งด้วยกัน แต่สำหรับเขาเป็นฮาล์ฟฯ ครั้งที่สองแล้วถาม

จริงๆ ต้องตอบว่าตื่นเต้นมาตลอด ตั้งแต่ก่อนวิ่งรอบกว๊านพะเยาราวหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้  ในวันที่ 29 พฤษภาคมแล้ว ตอนนั้นซ้อมไปก็ใจกล้าๆ กลัวๆ  รับ BIB เสร็จนั่งรถวนรอบกว๊าน สำรวจเส้นทาง บอกตรงๆ ตอนนั้นยังไม่รู้จะวิ่งจบไหม วันรุ่งขึ้นก็วิ่งไปทั้งที่ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะวิ่งจบไหม แต่ขอลองดูก่อน ปรากฏว่าวิ่งจบโดยไม่บาดเจ็บ (มีแค่เล็บช้ำกับตุ่มน้ำ) ดีใจมาก ตอนนั้นเชื่อเลยว่าวิ่งได้เพราะซ้อมมาอย่างสม่ำเสมอจนร่างกายพร้อม  สำคัญคือมีกองเชียร์ช่วง 5 กิโลสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย ถ้าไม่มีเสียงเชียร์ เป็นได้ว่าอาจถอดใจเดินมาตั้งแต่กิโลเมตรที่ 19 แล้ว

จากนั้นกราฟของความรู้สึกบางอย่างก็ตกลงมาหน่อย ส่งผลต่อการซ้อมเตรียมไปฮาล์ฟฯ แรกพอควร รอบก่อนเคยซ้อมได้ครบถ้วนตามเป้า รอบนี้กลายเป็นซ้อมไม่ครบ หมดแรงกาย  เพลีย ไม่แน่ใจว่ายังไม่หายเหนื่อย หรือเพราะ passion ที่เคยมีอยู่พร่องไป ระหว่างนั้นก็มีประเด็นเรื่องงานที่ชวนลุ้นอย่างหวาดเสียวแทรกเข้ามาอีก เป็นภาวะที่เบียดเบียนการซ้อมกลายๆ ความพร้อมก่อนลงสนามวิ่ง 21K เลยไม่ค่อยมีเท่าไหร่

ก่อนออกเดินทางเพื่อไปวิ่ง 1 วัน กลายเป็นวันแรกในที่ทำงานใหม่ หลังจากวันก่อนหน้านั้นเพิ่งเก็บกวาดโต๊ะทำงานในที่ทำงานเก่ามาหมาดๆ ความรู้สึกหลายอย่างยังประดังประเด ทั้งกังวล สับสนและ ฯลฯ จนต้องบอกตัวเองว่าพอแล้ว กังวลไปก็ไร้ประโยชน์ “รอเจอมันเลยเหอะ” กับทุกๆ เรื่อง รวมทั้งฮาล์ฟฯ แรกด้วย จากนั้นก็ปล่อยๆ บอกตัวเองว่าจะจบหรือไม่จบ เวลาจะได้เท่าไหร่อย่าไปสนเลย วิ่งให้สนุก เปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ๆ กันดีกว่า

แล้วฉันก็ได้พบประสบการณ์ใหม่ในสนามนี้จริงๆ

ตั้งแต่เริ่มวิ่งเป็นตัวเป็นตนมา ยังไม่เคยยอมสมัครใจวิ่งตากฝน กลัวฟ้าผ่าบ้าง กลัวลื่นล้มบ้าง กลัวป่วย กลัวโป๊ กลัวนั่นกลัวนี่ แต่หลักๆ คือไม่อยากให้รองเท้าเลอะสกปรก และพังเร็ว แต่งานนี้เราเจอฝนกันตั้งแต่ตื่น ฝนตกจริงจัง เป็นเม็ดๆ ทำให้พื้นเปียก มีน้ำขัง และทำให้คนทั้งเปียกและหนาว ตกมานานก่อนปล่อยตัว ปล่อยตัวแล้วยังตกอย่างนั้นอยู่เกือบสี่สิบห้านาทีได้ ปล่อยตัวไปไม่กี่ร้อยเมตรก็เป็นทางขึ้นเขา อย่างชัน ขึ้นแล้วก็ลงมา แล้วก็ขึ้นอีก แล้วก็ลง แล้วก็ขึ้น ขึ้นๆ ลงๆ อย่างนี้อยู่พักใหญ่ ฉันยังก็ยังพอวิ่งไปได้โดยการไต่ขึ้นช้าๆ อาศัยแรงไหลจากช่วงลงเนินไต่ขึ้นเนินต่อไป แล้วก็เริ่มได้ยินเสียงประหลาดจากรองเท้าที่น่าจะเกิดจากน้ำระหว่างพื้นรองเท้ากับแผ่นรอง เรียกว่าการวิ่งครั้งนี้ นอกจากมีเสียงหายใจออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ก็ยังมีเสียงแฟ่ดๆ จากพื้นรองเท้าดังเป็นจังหวะเป็นเพื่อนไปแทบจะตลอดการวิ่ง

ลงจากเขา ก็เจอเนินซึม ขึ้นบ้าง ลงบ้าง  ข้างทางเป็นต้นไม้ใหญ่ฉ่ำตา ชวนให้นึกว่าเวลาปกติเราไม่ยักออกมาเดินเล่นตากละอองฝนชมนกชมไม้ ได้กลิ่นดอกหอมๆ ของประดู่กับมะขามอย่างนี้บ้าง พอฝนเบาลงไป  แรงก็เริ่มหมด เริ่มเดิน เริ่มหิว เริ่มหยิบกล้วยตากที่เหน็บกระเป๋าข้างขากางเกงออกมากิน  พร้อมๆ กับรู้สึกว่าฝ่าเท้าเริ่มทะเลาะกับแผ่นรองรองเท้า สงสัยจะผูกเชือกรองเท้าแน่นไป และเริ่มมีอาการแหม่งๆ ที่นิ้วเดียวกันของเท้าอีกข้าง ช่วงที่พาตัวเองวิ่งเลาะดงตาลไปกลับตัวครั้งแรกริมอ่าวดงตาลนี่บอกเลยแรงจะหมดแล้ว ปกติระแวงแตงโมมาก แต่คราวนี้เจอแล้วกินเลย ต้องการเรี่ยวแรง

กลับตัวแล้วก็พยายามวิ่งเรื่อยๆ เหนื่อยจนคิดว่าไม่ไหวก็เดิน  แต่พอเริ่มวิ่งอีกก็จะรู้สึกระบมที่เท้าและนิ้วเท้าเจ้าปัญหาเหล่านั้นเป็นพิเศษ พานให้เกิดอาการงอแง ไม่ยอมวิ่งต่อเนื่องได้ยาวๆ (คือมันก็เหนื่อยด้วยแหละ) เลยหยุดเดินอีกเรื่อยๆ แต่ก็พยายามละ แต่ดียังพอหากำลังใจได้จากนักวิ่งอื่นๆ เป็นคุณลุงที่วิ่งอย่างสตรองบ้าง คนวัยเดียวกันหรือเด็กกว่าที่ดูพยายามวิ่งมากๆ บ้าง

ฉันพยายามพาตัวเองไปข้างหน้าด้วยการวิ่งมากกว่าเดินจนมองเห็นอ่าวเตยงามอยู่ข้างหน้า  นั่นคือจะถึงเส้น finish แล้วใช่ไหม แต่ทำไมนาฬิกาบอกระยะอยู่แค่ประมาณ 17 โลกว่าๆ  หรือ GPS เพี้ยน ฯลฯ …ที่ไหนได้ ต้องเลี้ยวขวาไปกลับตัวอีกเกือบสองโลจ้า โอย แรงจะหมดแล้วๆ วิวช่วงนี้สวยมาก เป็นช่วงน้ำลงเห็นก้นอ่าวแห้งๆ โล่งๆ ยาวจากฝั่งหลายร้อยเมตร ก็อยากจะหยุดถ่ายรูปเหมือนบางคน แต่กลัวเครื่องดับจริง เลยแค่เก็บภาพนั้นไว้ในความทรงจำ

วิ่งผ่านบ้านพักริมอ่าวเตยงามอีกครั้งก็จำได้ว่า ดงเตยทะเลตรงนี้นี่เองที่เราเคยมาพักกับเพื่อนวารสารฯ ยังจำได้เลยว่าทะเลสัตหีบสะอาดและสวยมาก แดดจัด เลยได้เห็นว่าน้ำทะเลทั้งลึกและใส

วันนี้แม้สัตหีบจะมีฝนตกยาวมาตั้งแต่เช้ามืด แต่ก็ต้องขอขอบคุณที่ฝนตก  ฟ้าหม่น เพราะถ้าแดดออก ฟ้าใส เหมือนสัตหีบในความทรงจำ ฉันคงจะจอดตั้งแต่กลางทาง หรือไม่ก็อาจจะจบด้วยการเดิน

วิ่งฮาล์ฟฯ ครั้งแรกในสภาพตากฝนขึ้นเขา บรรยากาศเทาหม่นดูเย็นชา แต่ไม่หรอก นั่นคือความปราณีจากดินฟ้าอากาศต่างหาก

เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับฝนแล้วเลิกกลัวฝนได้เสียที 😉

 

 

ป.ล. ฮาล์ฟมาราธอนแรกทำเวลาไม่ดีเท่าวิ่ง 26K แรก แต่ประทับใจทั้งสองรายการ ดีใจที่ตั้งใจจะมาวิ่ง ดีที่ตั้งใจซ้อม โล่งใจที่ไม่บาดเจ็บ ยินดีจริงๆ ที่มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ที่หาซื้อด้วยเงินไม่ได้แบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s