If Cats Disappeared from the World: จะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีแมว

มาตรฐาน

image

ไม่ว่าจะอยากหรือไม่อยากเกี่ยวข้องกับอะไร แต่ตลอดชีวิตคนเราต้องมีความผูกพันกับอะไรหลายอย่างนะ ไม่กับคน สัตว์ ก็สิ่งของ

เช้านี้เพิ่งคุยกับญาติที่เคารพซึ่งส่งรูปดอกไม้สีตามวันมาทักทายกันทุกวัน แซวไปว่า แหมวันนี้ส่งเร็ว (เมื่อวานกว่าแกจะส่งรูปมาเย็นโขแล้ว) แกบอกว่าอือ เหงา ก็บอกว่าเลี้ยงแมวหรือหมาสิ จะได้มีความสุข หายเหงา แกบอก มันเป็นภาระอย่างหนึ่ง จะไปไหนก็ต้องเอาไปฝากเขาเลี้ยง

ก็นึกถึงตัวเองกับแมวอีก 2 ตัวที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมา 6-7 ปีแล้ว ถามว่าเป็นภาระไหม? ก็คงแล้วแต่คนจะเรียกคำมาใช้ ส่วนหนึ่งต้องนึกภาพว่าการเลี้ยงแมวของฉัน ฉันไม่ได้ปล่อยให้แมวหากินเอง ฉันดูแลอาหาร น้ำ ที่นอน และที่ขับถ่ายให้มัน ก็เป็นกิจวัตรที่ทำมานานแล้วชินแล้ว เหมือนตัวเองตื่นนอนขึ้นมาต้องดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ (เสร็จแล้วก็ต้องไปกวาดกระบะทรายแล้วเสิร์ฟอาหารแมว เพราะแมวมันก็หิวเหมือนเรา) เลยไม่ได้คิดว่าเป็นภาระอะไร

ถามในอีกมุมหนึ่ง สมมติฉันไม่ได้อยู่กับแมว แต่อยู่กับแฟน แฟนจะนับเป็นภาระของฉันไหม? โอเค ถึงแฟนจะหาอาหารกินเองได้ อาบน้ำเข้า ใส่เสื้อผ้าเข้านอนได้ เข้าห้องน้ำทำความสะอาดตัวเองได้ ถ้าไม่อยู่บ้านฉันไม่ต้องห่วงเรื่องความเป็นอยู่ แต่ถามว่ายังมีความห่วง อาทร แคร์เรื่องทุกข์สุขของร่างกายและจิตใจเขาอย่างสม่ำเสมอไหม? ถ้ามี จะเรียกภาวะนี้ว่าแฟนเป็น “ภาระ” หรือเรียกว่า “(มีภาระ)ผูกพัน” ต่อกันดีล่ะ?

ย้อนกลับมานึกอีกที ถ้าทั้งความสัมพันธ์ทำให้เราต้องผูกติดกับทั้งแมวและแฟน ถามว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่บั่นทอน ทำให้เหนื่อย ลำบาก น่าเบื่อ หรือมันให้ความรู้สึกอีกด้าน

คนตอบได้คงมีแต่คนที่เคยมีทั้งความสัมพันธ์กับแมวและแฟนละนะ

…..

หนัง If Cats Disappeared from the World (: ถ้าแมวตัวนั้นหายไปจากโลกนี้,  ชื่อภาษาไทยแปลไม่ตรงนะคะ ถ้าแมวจะหายไป มันไม่ได้หายแค่ตัวนั้น มันจะหายไปหมดโลกเลย) ก็ทำให้กลับมาคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ความผูกพัน จากเรื่องราวที่จู่ๆ ตัวละครซึ่งใช้ชีวิตโดดเดี่ยวกับแมวว่าง่ายหนึ่งตัวก็เกิดพบว่าตัวเองเป็นโรคร้าย จะต้องตายในไม่ช้าขึ้นมา รู้อย่างนั้นในใจก็คงสับสนว่าพร้อมหรือไม่พร้อมที่จะตาย ยังมีอะไรที่เสียดายหรือยังไม่ได้เคลียร์อีกไหม ก็คงเหมือนๆ กับคนอื่นๆ ที่พบว่าตัวเองเหลือเวลาอีกไม่นาน คือในบรรดาไอเท็มเด็ดมากมายในชีวิต ถ้าต้องเลือกให้เหลือเพียงหนึ่งเดียวก็ที่จะใช้เวลาด้วยเป็นกิจกรรมสุดท้ายก่อนตายก็ยังยากจะเลือก เช่นเดียวกับทสึทาย่า หรือชื่อจริงว่าทัตสึยะ จะเลือกหนังเรื่องเพียงเดียวให้เพื่อนรักดูก่อนตายไม่ได้

สบายใจได้นะ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังมุ้งมิ้งแบบที่จะทำร้ายหัวใจคนรักแมวด้วยการทำให้แมวหายไปจากโลก แต่คำเตือนคือมันเป็นหนังที่คมเหมือนเข็มที่เสียบเข้าไปแล้วในใจคนดู ก่อนจะมาถึงวันนี้ เราทุกคนล้วนเติบโตขึ้นมาจากความผูกพันกับอะไรบางอย่าง จากครอบครัว จากโรงเรียน จากที่ทำงาน เรามีพ่อมีแม่ มีเพื่อน มีแฟน มีสัตว์เลี้ยง มีงานอดิเรกที่เคยหลงใหล มีเพลงประจำตัว มีหนังเรื่องโปรด แล้วเราก็มีรอยแผลเล็กๆ เป็นความไม่เข้าใจ ไม่เคลียร์ หรือกินแหนงแคลงใจกับคนเหล่านั้น มีความรักผูกพันใกล้ชิดและมีความทรงจำกับสัตว์เหล่านั้น รวมทั้งมีความหวงแหน เสียดมเสียดายสิ่งของเหล่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราผูกโยงชีวิตของตัวเองไว้ ล้วนยากจะละจาก ยากจะตัดรอน ปล่อยวาง

คำถามคือ แล้วถ้าวันสุดท้ายของเรามาถึงบ้าง เราจะจากสิ่งเหล่านี้ไปอย่างไร ทิ้งไปโดยละมันอยู่อย่างที่เคยเป็น ทิ้งมันไว้อย่างนั้น หรือพยายามสะสางเรื่องที่ค้างคาอยู่ให้ดีเสียก่อน?

แต่ก่อนจะตอบคำถามนี้ ต้องนึกถึงอีกคำถามด้วยว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีเวลาแก้ไขสะสางถึงเมื่อไหร่

เออ นั่นสิ

คำถามตอบยากพวกนี้พาวกกลับมาที่ไอเดียเกี่ยวกับปัจจุบันขณะ คือเราไม่รู้ว่าเรามีเวลาถึงเมื่อไหร่ พอๆ กับที่ไม่รู้ว่าคนที่เรารัก สัตว์เลี้ยงที่เรารัก กระทั่งคนที่เราเกลียดจะมีเวลาอยู่กับเรา รักกับเรา หรืออยู่ทิ่มแทงเราไปถึงเมื่อไหร่ ดังนั้นก็ไม่ควรปล่อยให้นาทีปัจจุบันที่พอจะใช้สะสางเรื่องราวซึ่งจะกลายเป็นเรื่องคาใจในอนาคตผ่านไปโดยไร้ประโยชน์

มีปัญหาก็สะสางเสียเลย แก้ไขเลย อยากชมชมเลย อยากบอกความรู้สึกดีๆ บอกเลย อยากกอดอยากหอม ทำเลย เพราะถ้าพลาดจากตอนนี้ อาจไม่มีเวลา ไม่มีโอกาสทำแล้ว

พอถึงเวลานั้น จะตีอกชกหัวร่ำร้อง คร่ำครวญหาสิ่งที่หลุดมือหายไปแล้วอย่างไร ก็ไม่มีทางได้กลับคืนมา

…..

 

หมายเหตุ: เป็นหนังที่ชวนคิดต่อได้ยาวๆ และอดทำให้นึกถึง “Eternal Sunshine of the Spotless Mind” ตรงที่คำถามมันคล้ายกัน แต่เรื่องที่เล่าไม่เหมือนกันนะ

ก็ไม่รู้มนุษย์จะอะไรนักหนากับความทรงจำ เพราะที่จริงความทรงจำบางเรื่องที่อาจเคยเป็นความเลวร้าย เมื่อเวลาผ่านไป เราเปลี่ยนไป มามองอีกที อาจพบความสวยงามซ่อนอยู่ในความ(เคย)เลวร้ายนั้น ที่สำคัญเลยคือเรามักพบว่ามันสอนอะไรบางอย่างกับเราเสมอ

เหมือนกับคำพระที่กล่าวว่า “สิ่งใดเกิดขึ้นแล้วสิ่งนั้นดีเสมอ” นั่นแหละ

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s