Danny Collins: ชีวิตเริ่มต้นที่ 60

มาตรฐาน

dannycollins

คนเราวัดความเก๋า ความเจ๋งกันที่ไหน ใช่ที่ชื่อเสียงและเงินทองหรือเปล่า?

Danny Collins (Al Pacino) ใน ค.ศ. นี้คือร็อคสตาร์วัยดึกที่มีแฟนเพลงหลายวัยตามมากรี๊ดในคอนเสิร์ต ช่วยกันร้องเพลงป็อปตกยุคดังก้องอารีน่า เขาเริ่มต้นชีวิตบนถนนแห่งเสียงเพลงในทศวรรษที่ 1970’s ในฐานะนักแต่งเพลงหนุ่มไฟแรงที่มี จอห์น เลนนอน เป็นไอดอล แต่ในที่สุดแล้วก็ไม่ได้โด่งดัง ประสบความสำเร็จล้นหลาม และร่ำรวยจากความสามารถในการแต่งเพลง หากด้วยความเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์บนเวทีคอนเสิร์ต

บนเวที แดนนี่ คอลลินส์ คือศิลปินผู้ยืนยง ยิ้มแย้ม ทรงเสน่ห์ แต่หลังเวที ที่เราได้เห็นคือริ้วรอยของความชราบนใบหน้าซึ่งปกปิดด้วยครีมช่วยให้ผิวเป็นสีแทน เส้นผมที่ถูกเคลือบสีเข้ม สังขารร่วงโรยที่ดูเหน็ดเหนื่อย หมดไฟ ต้องใช้เหล้าและยา ช่วยอัพพลังขึ้นตลอดเวลา

ในงานเซอร์ไพรซ์ปาร์ตี้ฉลองแซยิดที่ไม่ได้จัดบนเวทีคอนเสิร์ตของเขา เราเห็นคู่หมั้นสาวที่มีอายุเพียงครึ่งหนึ่งของแดนนี่นอนเมาปลิ้นเมาโป๊ ซึ่งเขาก็ได้แต่มองอย่างปลงๆ เนื่องด้วยภาพนั้นไม่อาจทำให้เขาเกิดอารมณ์กำหนัดใดๆ ขึ้นมาอีกแล้ว เขานั่งทอดกายอยู่จนกระทั่งแกะเปิดกล่องของขวัญชิ้นพิเศษจากเพื่อนรักที่เขา คนเดียวกับที่ทำงานให้เขาในฐานะผู้จัดการส่วนตัวผู้ซื่อสัตย์มายาวนาน

เราเห็นประกายไฟลุกขึ้นในดวงตาของแดนนี่

ใจความในจดหมายที่มาถึงผู้รับช้าไปราวสี่สิบปีทำให้แดนนี่ตัดสินใจหยุดทัวร์คอนเสิร์ตที่วางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว กลับบ้านไปเก็บข้าวของนิดหน่อย ทิ้งคู่หมั้นสาวเซ็กซี่ไว้กับชายชู้ โทรเช่าเครื่องบินเจ็ต บินจากแอลเอไปนิวเจอร์ซี่ แล้วก้าวขึ้นเมร์เซเดสสปอร์ตประตูทรงปีกนกสีแดงสด ขับไปโรงแรมฮิลตัน …เป็นฮิลตันที่เงียบหงอยยิ่ง แต่ก็มีบุคคลสองสามคนที่แดนนี่ยินดีโปรยเสน่ห์ผูกมิตร

ในห้องพักธรรมดาๆ ของเขา เขาให้คนยกแกรนด์เปียโนเข้ามา แล้วเริ่มแต่งเพลง เนื้อเพลงฟังดูป๊อกแป๊ก แต่มีเมโลดี้ที่อบอุ่น

รุ่งขึ้นแดนนี่ขับรถสปอร์ตสะดุดตาของเขาไปในย่านพักอาศัยโทรมๆ หยุดหน้าบ้านหลังหนึ่ง ลงไปจากรถพร้อมถุงเบเกิล ในบ้านมีเด็กหญิงสมาธิสั้น อายุ 4-5 ขวบกับแม่ที่กำลังท้องโต ทั้งสองคือลูกสะใภ้และหลานที่ยังไม่มีโอกาสรู้จักตัวจริงของเขา แค่เห็นในทีวีเมื่อไหร่ พ่อก็จะเปลี่ยนช่องตลอด

แล้วเราก็ได้รู้จักกับลูกชายหนุ่มใหญ่ ผู้ที่ไม่เคยเห็นหน้าพ่อสักครั้งในชีวิต

แดนนี่กลับมาสะสางสิ่งสำคัญที่เขาทิ้งไว้เพื่อไปสร้างชื่อเสียงและเงินทอง ซึ่งเมื่อมีมันอยู่พร้อมตรงหน้าแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกฟิน ประสบความสำเร็จในชีวิต หรือมีความสุขเท่าที่ชายอายุ 60 คนหนึ่งพึงมีแต่อย่างใด

ครอบครัวเล็กๆ นี้ไม่ต้อนรับเขา ผู้จัดการโรงแรมสาวใหญ่ผู้ยิ้มตลอดเวลาไม่ตอบรับไมตรีง่ายๆ และการปลีกมาใช้ชีวิตโดดเดี่ยวในห้องพักของโรงแรมก็ไม่ได้ทำให้เขาดูสดชื่น แต่เราเหมือนเห็นว่าเขามีความสุขแบบเป็นตัวของตัวเองที่เขาไม่เคยได้พบระหว่างการใช้ชีวิตร็อคสตาร์เจ้าเสน่ห์ผู้ทอดทิ้งครอบครัว เขาหยุดยา และแทบจะหยุดเหล้าไปด้วยซ้ำ

แดนนี่กำลังสะสาง และทำความฝันของเขาให้เป็นจริงไปพร้อมๆ กัน เท่าที่เรี่ยวแรง ความกระฉับกระเฉง และโอกาสที่ยังเหลือของเขาจะอำนวย ตลอดเวลาที่หนังเล่าเรื่องเหล่านี้ช้าๆ เราไม่ได้เบื่อ เรามองตาแดนนี่แล้วยิ้ม เราลุ้น เอาใจช่วย เราบางคนน้ำตาไหล ไม่แน่ใจว่าสงสารแดนนี่หรือลูกชายที่ถูกพ่อทิ้งไปตั้งเกือบสี่สิบปี (ฮา) หรือว่าเราซึ้งที่คนบางคนกลับมาทันเวลา

จะอย่างไรก็ตาม เรายินดีที่หนังจบแบบนั้น เพราะมันทำให้เรามีความหวัง

ความหวังว่า ถ้าอยากมีชีวิตในแบบที่เราต้องการ เริ่มต้นพรุ่งนี้ก็ยังไม่สาย

(ก็เรายังไม่ถึง 60 กันเลยนี่?)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s