The Imitation Game: ความเหมือนที่แตกต่างและเลียนแบบไม่ได้

มาตรฐาน

image

ที่เขาใช้ชีวิต “แอ๊บบอย” มาตลอด เป็นเพราะสมัยเด็ก เขาเป็นเด็กดีของครอบครัว เป็นเด็กกิจกรรม นำสวดมนต์ ร้องเพลงชาติ เป็นตัวอย่างที่ดีของเพื่อนๆ และน้องๆ เขาเคยเอาสิ่งนี้มาครอบชีวิตไว้ จนทำให้เขาคิดเยอะว่าถ้าเขา “แตกสาว” มากเกินไป ชีวิตจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น “พอมาเป็นนักร้องนำวงฟูตอง เราก็ไม่ได้ปิดบังว่าเราเป็นเกย์ แต่เราก็ไม่ได้ป่าวประกาศให้ใครรู้ คนที่รู้ ก็รู้ไป คนที่ไม่รู้ พอรู้แล้วก็ตกใจ ถามว่าจริงเหรอ เราเป็นเกย์ เราชอบผู้ชาย จบ (หัวเราะ)” จีน-กษิดิศ สำเนียง กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ “กษิดิศ สำเนียง ชีวิตนี้ ชัดเจนแล้ว” ฉันอ่านแล้วนึกถึง The Imitation Game หนังที่ดูไปเมื่ออาทิตย์ก่อน และยังทิ้งเรื่องราวติดอยู่ในใจ

ในโลกยุคที่ฉันและจีนใช้ชีวิตอยู่ สังคมอาจมีความปกติอยู่ประมาณหนึ่ง แต่เราย่อมมีสิทธิ์เลือกที่จะเป็นในแบบที่เราต้องการ แม้จะผิดไปจากความปกติธรรมดาของสังคมบ้าง เพียงแต่เราอาจจะต้องสร้างคุณค่าให้ความเบี่ยงไปจากความเป็นปกติธรรมดาสักหน่อย ให้ความไม่ธรรมดาของเรามีคุณค่าพอที่ได้รับการยอมรับจากสังคม ฉันเห็นว่า ก็เพราะจีนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างที่ต้องการนี่แหละ เขาจึงสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาอย่างที่ตัวเองมั่นใจ และเพราะจีนสร้างสรรค์งานได้แบบนี้นี่แหละ สังคมจึงยอมรับเขา

กระนั้น ก่อนจะเป็นในแบบที่ตัวเองต้องการเป็น จีนก็เคย (ยอม) ใช้ชีวิตในแบบที่สังคมคาดหวังว่าเขาจะเป็น ในขณะที่ Alan MathisonTuring คือหนุ่มนักคณิตศาสตร์อัจฉริยะที่ไม่ค่อยมีพรสวรรค์ในการสื่อสารกับมนุษย์อื่นในหนัง ผู้สำนึกถึงความแตกต่างที่ไม่อาจเปิดเผย จนทำให้ไม่สามารถเป็นตัวเองได้เช่นจีน เขาเกิดในปี 1912 เมื่อร้อยกว่าปีก่อน เวลาที่เกย์ยังไม่ได้รับการยอมรับและให้เกียรติ (พูดให้ตรงคือการเป็นเกย์คือผิดกฎหมาย) อลันจึงต้อง(ยอม)ซ่อนตัวตนที่เขาต้องการเป็น ที่มันเจ็บคือแม้แต่ผลงานของเขาก็ยังถูกซ่อนไว้ในแฟ้มลับตลอดมา ด้วยมันเป็นการทำงานให้กับรัฐบาลอังกฤษ และฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 1 (ไปตามหาเหตุผลต่อในหนังนะจ๊ะ มันเจ๋งมากเลยล่ะ)

หนังเรื่องนี้ทำให้ฉันยอมรับความสามารถในการแสดงของ Benedict Cumberbatch (แน่นอนว่าเคียร่า ไนท์ลีย์ด้วย แต่เราจะไม่พูดถึง เพราะบทมันเขียนส่งให้เธอ #เคนะ) นอกจากนั้นยังทำให้ฉันยอมรับโดยไร้ข้อกังขาว่าอลัน ทัวริ่ง เกิดมาเพื่อทำสิ่งยิ่งใหญ่ เขาไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ แต่เขาช่วยกู้โลก แต่ฉันอดคิดเล่นๆ ไม่ได้ ถ้าเขาเกิดช้ากว่านั้นสัก 60-70 ปี อาจมีชีวิตยืนยาวกว่าขึ้น และอยู่โดยไม่เหงาเดียวดาย ไม่ลำบากนัก เพราะไม่จำเป็นต้องปกปิดรสนิยมทางเพศเป็นความลับอีกต่อไป กระนั้น โลกอาจไม่เหลือโจทย์ยากยิ่งใหญ่เหมาะสมกับสติปัญญาและความสนใจให้เขาแก้ไขแล้ว?

สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ

วิกิฯ ไทยบอกว่า ในปี ค.ศ. 1952 อลันถูกจับโทษฐานมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชาย เขาไม่ปฏิเสธและยอมรับโทษแต่โดยดี มีทางเลือกให้เขาสองทางคือ หนึ่ง เข้าคุก หรือ สอง รับการฉีดฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อลดความต้องการทางเพศ ซึ่งเขาเลือกที่จะรับการฉีดยา (ในหนังบอกว่าเพื่อจะมีอิสระพอจะทำงานพัฒนา “คริสโตเฟอร์” ต่อจนเสร็จ) และแล้วปี ค.ศ. 1954 (ขณะอายุ 42 ปี) ร่างของเขาก็ถูกพบโดยพนักงานทำความสะอาดในสภาพมีแอปเปิลครึ่งลูกหล่นอยู่ข้างๆ และมีร่องรอยการทำการทดลองทางเคมีอยู่ใกล้ๆ

ในที่สุด เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552 หลังจากการรณรงค์ทางอินเทอร์เน็ต กอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ก็ทำการขอโทษอย่างเป็นทางการในนามของรัฐบาลต่อวิธีอันไม่ถูกต้องที่รัฐบาลปฏิบัติต่อทัวริงหลังสงคราม

ในนามของคนรุ่นหลัง ฉันขอขอบคุณอลัน ทัวริ่ง สำหรับความพยายามทำงานหนักท่ามกลางความทุกข์ทรมานจากความแตกต่างอันไม่เป็นที่ยอมรับของคุณ เพราะถ้าไม่มีคุณ ไม่มีคอมพิวเตอร์ โลกอาจไม่วิวัฒน์มาถึงจุดเป็นเช่นทุกวันนี้

หมายเหตุ:

-แม้จะอ่านประวัติของ อลัน ทัวริง จากวิกิพีเดียมาแล้วก็หาทำให้ความน่าดูหนัง The Imitation Game ลดน้อยลงไม่ เพราะหนังมันเล่าเรื่องของอลันได้แยบยล ลึกซึ้งและเซนทิเมนทัลกว่าวิกิฯ นัก

-ไปดูการแสดงของ Benedict Cumberbatch เถิด

-ฉันสนใจแรงขับในการออกไปวิ่งของอลัน ทัวริ่งมาก ให้ตาย เขาวิ่งมาราธอนได้ดีขนาดนั้นเลยหรือ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s