on reading: พระจันทร์สีน้ำเงิน และ วันวาร

มาตรฐาน

image

ณ จุดเริ่มต้นการเรียนอ่านเขียน แน่นอนว่าแม่เป็นคนสำคัญที่สุด แม่สนับสนุนให้ฉันค้นพบโลกส่วนตัวจากการอ่าน นอกจากโต๊ะพับเล็กๆ ตัวนั้นที่แม่หามาสร้างความสนใจที่จะทำความรู้จักกับตัวอักษร ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูก แม่เริ่มสอนการอ่านเป็นคำๆ แล้วหาเช่าการ์ตูนโดราเอม่อนให้ฉันหัดอ่านจนอ่านหนังสือได้ตั้งแต่วัยอนุบาล แม่อดทนต่อการสอนให้สะกดคำ และเพียรตอบคำถามถึงความหมายของศัพท์ใหม่ที่ฉันพบเจอจากหนังสือต่างๆ ที่อ่าน รวมทั้งป้ายประดามีตามถนนหนทางนอกบ้าน แม่ตอบมาตั้งแต่เริ่มหัดอ่านหนังสือไปจนกระทั่งฉันปีกกล้าขาแข็งเริ่มเลือกนิยายจากห้องสมุดประชาชนอ่านเองโน่นแหละ

และทั้งๆ ที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาสูง ฉันยังจำได้ว่าแม่ซึ่งถูกสอนให้อ่านมาอย่างดีโดยตา และเรื่องสั้นชุดเหมืองแร่ของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ อธิบายความหมายของคำได้คมคายแค่ไหน

เมื่อเริ่มอ่านหนังสือได้ คุณชายคึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ได้สร้างภาพของ “มอม” ขึ้นในมโนความคิดของเด็กน้อยผู้ซึ่งในที่สุดแล้วก็ต้องเสียน้ำตาให้กับหมาตัวนั้น เรื่องและลีลาการเขียนของคุณชายคือการเล่าเรื่องอย่างคนรอบรู้ เจ้าคารม เป็นเรื่องแบบที่เราสามารถอ่านได้สนุกตั้งแต่เล็กจนโต โดยเลือกอ่านหนังสือที่ยากขึ้นตามวุฒิภาวะแห่งวัยในการอ่าน

สุวรรณ สุคนธา เป็นนักเขียนคนต่อมาที่อยู่ในใจฉันเสมอ ฉันนึกไม่ออกว่าเริ่มอ่านเรื่องของเธอตั้งแต่เมื่อใด อะไรคือเรื่องแรกที่ได้อ่าน ใช่อ่านจากนิยายของแม่ที่เช่ามาไหม หรืออ่านเรื่องที่ลงเป็นตอนๆ จากนิตยสารต่างๆ ที่ของน้าคนใดคนหนึ่งซื้อมาอ่าน ใช่ “เรื่องของน้ำพุ” หรือเปล่า? หรือฉันไปรู้จักเรื่องราวของเธอจากภาพยนตร์ที่ทุกโรงเรียนต้องพานักเรียนไปดูในตอนนั้น

ไม่หรอก ฉันว่าฉันรู้จักสุวรรณี สุคนธาจากแม่นั่นแหละ แม่พูดถึงเรื่องราวของเธอและลูกๆ ยังจำได้เลยว่าช่วงนี้ของเมื่อ 31 ปีก่อน ฉันได้อ่านข่าวการจากไปของเธอทางหนังสือพิมพ์ ใช่ เรื่องนั้นโหดร้ายมาก การที่แม่คนหนึ่งจะจากลูกไปโดยไม่ได้ร่ำลากันแบบนี้

ภาษาและการเล่าเรื่องของสุวรรณีสร้างฉากงดงามขึ้นในจินตนาการของฉัน ตัวละครของเธอเป็นคนธรรมด้าธรรมดาเหมือนกับตัวเรา แม่ของเรา น้องเรา ครอบครัวใกล้บ้านเรา แต่เรื่องของคนเหล่านั้นทั้งกินใจและมีเสน่ห์ เรื่องของเธอไม่ได้ทำให้ฉันฝันอยากโตขึ้นเป็นคนสวย จมูกโด่ง ขายาว เพื่อจะเจอคนรักรูปสวยพอกันเหมือนนักเขียนคนอื่นที่ได้อ่านในเวลาใกล้เคียงกัน แต่ทำให้ฉันกลายเป็นคนรักและผูกพันกับสัตว์เลี้ยง เก็บรายละเอียด ช่างคิด ช่างสังเกตเห็นถึงความงามเล็กๆ น้อยๆ ของสิ่งรอบตัว เสียงต่างๆ สายลม มองเห็นความงามที่อาจจะมีเพียงนิดเดียวในสิ่งเหล่านั้น ทุ่งหญ้าริมคลองประปา สวนผัก บ้านชนบทใต้ถุนสูง กลิ่นดินโดนฝน หญ้าที่พัดลู่ตามลม กลิ่นดอกไม้บางอย่างในตอนกลางคืน ฯลฯ รวมทั้งผู้คนรอบตัว ไม่รู้นะ ฉันว่าเธอสอนให้ฉันให้โอกาสในการเข้าใจจิตใจคนอื่น

ด้วยความอยากอ่านเรื่องของสุวรรณี สุคนธา ฉันก็มองหาและเมื่อเจอก็เก็บงำไว้ตามประสา คือเก็บถนอมเป็นของรัก แต่ไม่หยิบเรื่องสำคัญอย่าง พระจันทร์สีน้ำเงิน และ วันวาร มาอ่านสักที ฉันกลัวเศร้า (แต่อย่าง “ทองประกายแสด” อะไรอย่างนี้ ฉันอ่านไปนานแล้วนะ)

สุวรรณี สุคนธา เขียน พระจันทร์สีน้ำเงิน ขึ้นหลังการจากไปของน้ำพุ ซึ่งในเรื่องมีชื่อว่า “รอม” คนยุคฉันรู้จักน้ำพุดี ทั้งจากหนังสือ และภาพยนตร์ น้ำพุจากไปด้วยสาเหตุที่ยังคลุมเครือ แต่หลายคนคาดว่าเพราะยาเสพติด ฉันเก็บหนังสือเล่มนี้ไว้พร้อมกับวันวาร เพื่อจะมาอ่านจนจบหลังปีใหม่นี้ จบในวันที่เสียแม่ไปแล้ว ในวันที่มีอายุ ..น่าจะไล่เรียงกับเธอตอนเขียนพระจันทร์สีนำ้เงินนั่นแหละ

คงไม่มีใครพรรณาได้ถึงความทุกข์จากหัวอกแม่เลี้ยงลูกคนเดียวที่ดิ้นรนทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินเลี้ยงลูก 4 คน พยายามจะหาบ้านให้ลูกทุกคนได้มาอยู่ด้วยกัน เพื่อที่แต่ละวันแม่จะได้ทำกับข้าวให้กิน ปักชื่อให้บนเสื้อนักเรียน ทำงาน (หาเงิน) ไปด้วย เลี้ยงลูกไปด้วย คอยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูก อย่างการโดดเรียน ออกจากบ้าน ติดยา ฉันเข้าใจนะ ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ เข้าใจทั้งในส่วนของแม่ และลูก เข้าใจถึงช่องว่างระหว่างที่น้อง และเข้าไปถึงความเจ็บช้ำที่รั้งชีวิตลูกไว้ไม่ได้ กระทั่งการยอมรับว่าเลี้ยงลูกไม่ดีเอง แต่ฉันจะบอกไว้นะ ว่าถ้ามีโอกาสของฉัน ฉันไม่แน่ใจหรอก ว่าจะทำได้ดีกว่าเธอ

ไม่ว่าจะสมัยไหนก็ไม่ง่ายนักหรอก การจะเลี้ยงเด็กคนนึงให้เติบโตขึ้นมาได้รอดปลอดภัยจากอบายมุข และมีชีวิตอย่างที่เราหวังให้เขาเป็นน่ะ

อาจจะเป็นเพราะอายุมากพอ ประสบการณ์ชีวิตมากพอ ฉันจึงจบพระจันทร์สีน้ำเงินโดยไร้อาการน้ำตาทะลักเหมือนตอนอ่านคู่กรรมเมื่อเด็กๆ วันวารเสียอีกที่ทำให้รู้สึกเศร้าระทมในหัวอกอย่างลึกล้ำกว่า อาจจะเป็นเพราะฉันมีส่วนร่วมในตอนจบของเรื่องเหมือนกัน (ก็ข่าวในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับนั้นที่ได้อ่าน-มันยังโปรยด้วยตัวหนังสือที่เขียนด้วยมือบนรูปอยู่เลยนะ ฉันจำได้) วันวารเล่าเรื่องต่อจากการจากไปของน้ำพุ ซึ่งชีวิตของแม่ไม่น่ามีอะไรที่เลวร้ายจนรับไม่ได้อีกใช่ไหม แต่มันก็ยังมีนะ เป็นระลอกคลื่นลูกโตๆ ที่มาพร้อมกันบ้าง ทยอยซัดมาทีละลูกบ้าง ก็ชีวิตแม่รายล้อมด้วยสามี ลูกสาวอีก 3 บริวาร ไหนจะเพื่อนๆ อีกเยอะแยะ ฟังดูน้ำเสียงของแม่ที่มีอายุมากขึ้น สุขภาพเสื่อมถอยลง ดูเธอเบื่อๆ ปลงๆ กับชีวิตที่มีการพลัดพรากกันเสมอทั้งกับลูกๆ เธอเตรียมตัวจากกับคนรัก และพูดถึงความตายบ่อยอย่างกับวางพล็อตไว้ ฉันอ่านมาเรื่อยจนถึงการเกิดขึ้นของแบรนด์ Soda การเป็นฝั่งเป็นฝาของลูกสาวสุดเปรี้ยวสองคน แล้วกลับต้องจบแบบหักมุมด้วยสำนวนของกฤษณา อโศกสิน เพื่อนนักเขียนผู้ปรากฏตัวเรื่อยๆ ในพระจันทร์สีน้ำเงิน และวันวาร

เป็นบทจบของนิยายชีวิตที่ไม่อาจเรียกได้ว่างดงามหมดจด แต่คงไม่มีใครเขียนได้ดีเท่าเพื่อนสนิทคนนี้อีกแล้ว

ฉันอ่านสองเรื่องนี้ต่อกันจนจบแล้วคิดถึงแม่จัง

ในโลกนี้จะมีอะไรที่ยากลำบากกว่าความพยายามเป็นแม่ที่ดีเท่าที่ตัวเองอยากเป็นอีกไหมนะ?

หมายเหตุ: สุวรรณี สุคนธา เสียชีวิตเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2527 เมื่อวานเป็นวันครบรอบการจากไปปีที่ 31 ของเธอ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s