จักรยานฝึกฉันให้เชื่อง (8) : เรื่องของน้ำใจ (ไม่ใช่จักรยาน)

มาตรฐาน

image

ถ้าสังเกตให้ดี คนปั่นจักรยาน ไม่ต้องถึงขนาดเซียนปั่นทัวริ่งข้ามพรมแดนประเทศ ต่อให้เป็นขาอ่อนแบรนด์นิวที่แค่พับรถล้อเล็กใส่ท้ายรถยนต์ไปกางปั่นเล่นในสวน ก็สามารถพบว่าจักรยานพาเราไปพบโลกอีกใบ ซึ่งที่จริงมันก็อยู่ในโลกใบที่เราอยู่มาตั้งแต่เกิดแหละ

เพียงแต่เราไม่เคยสนใจใยดีในสิ่งเล็กน้อยพวกนี้มาก่อน

เช้านี้ฉันตื่นขึ้นเพราะยุงกัด เลยคิดว่าไปปั่นจักรยานเล่นดีกว่า เอ้อ คิดถูกซะด้วย เพราะในอากาศเช้ามีลมหนาวมาแล้ว แดดสีนี้ องศานี้ กลิ่นแบบนี้ ไม่ผิดหรอก ลมหนาวมาแล้ว

ว่าจะไปสวนหลวง ร.๙ เหมือนเคย แต่อากาศหรือเปล่าที่ทำให้คึก คิดซุกซน อยากปั่นสำรวจเส้นทางปูนแคบๆ ริมคลองตาสาด คลองแถวบ้าน เดาว่าควรไปทะลุออกศรีนครินทร์ทางนี้ได้ ก็ยูเทิร์นเลย อ้าว ไม่มีทางลาดขึ้นทางปูน

ไม่เป็นไร ซีรีนเบา ยกสบาย ปั่นไปสัก 200 เมตร อ้าว ข้างหน้าหญ้าเต็ม ไปไม่ไหว เดี๋ยวหญ้าพันโซ่ กลับดีกว่า เฮ้ย ทำหมาบ้านที่เพิ่งผ่านไปตื่น กรี๊ด หมาวิ่งไล่เห่า กรี๊ดๆๆ ปั่นเร็วก็ไม่ได้ กลัวตกขอบทาง

ขนลุกเกรียว หมาพวกนี้ใจร้ายมาก!

กลับไปตั้งต้นใหม่ที่อีกฝั่งของคลอง (ต้องยกข้ามสะพานเล็กๆ ด้วย ประมาณว่าสะพานนี้สร้างคร่อมท่อระบายน้ำหรือท่อสูบน้ำใหญ่เบ้งเอาไว้) เอ้อ ต้องอย่างนี้สิ ถึงอีกฝั่งจะโล่ง ต้องระวังตก แต่บนทางปูนแคบนี้ก็แทบจะไร้สิ่งกีดขวาง เสียงหมาเห่าก็เพียงแค่แว่วมาจากที่ไกลๆ และแม้ต้องยกข้ามอีกสองสามจุดก็มองเห็นยวดยานที่กำลังสัญจรบนถนนศรีนครินทร์ตรงหน้าจนได้

แต่

เขาไม่ได้ทำทางปูนริมคลองนี้ไปจรดทางเท้าริมถนน ไม่ใช่แค่ไม่ได้ทำทางลาดเชื่อมกันแบบที่เราเข็นจักรยานได้นะ แต่มันคือทางที่หายไปเฉยๆ 2 เมตร

เหมือนท้องร่องกว้าง 2 เมตรที่มีท่อนไม้กลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 เซ็นติเมตร พาดให้เดินผ่าน

เดินผ่าน?

เอาไงล่ะเรา ลองยกรถท่าแบก MTB …ก็พอได้อยู่
แต่ถ้าตอนแบกรถในท่านี้ก้าวไป แล้วไม้ท่อนนี้มันพลิกหมุน ชีวิตจะเป็นไงล่ะ?
ไม่แคล้วตกคลองทั้งคนทั้งจักรยานสิ!

ความคิดจะถอยหลังกลับยังไม่เกิดในหัว ยังคงคิดว่าจะข้ามไปยังไงให้ไม่เสียหาย ส่งจักรยืนไปก่อน? เป็นไปไม่ได้ ก็มันไม่มีคนรับ

ระหว่างนั้นก็มีผู้ชายคนนึง สวมหมวกแก๊ปกับบัฟฟ์ ท่าทางเหมือน bike to work ปั่นมาบนทางเท้ากว้างๆ (แต่บางจุดก็แคบมาก และตันไปเฉยๆ) ของถนนศรีนครินทร์ เห็นเขามองมาก็รีบยิ้มให้ไป

คิดว่าเขาเลยไปแล้ว แต่ที่จริงคือวนกลับมา หยุด และในที่สุดก็มาปรากฏตัวที่อีกฝั่งของไม้พาดข้ามนั่น ฉันร้องบอกเขา ช่วยรับจักรยานหน่อยค่ะ

น้ำตาจะไหล เขารับจักรยานให้
แม้จักรยานคันนี้เบาที่สุดในจำนวนทั้งหมดที่มี แต่มันไม่ได้เบาเป็นขนมขนาดนั้น เขายกส่งข้ามรั้วเหล็กกั้นริมทางเท้าให้ฉันด้วย (ต้องปีนออกมารอรับนะ) ก่อนที่จะขึ้นจักรยานปั่นไปต่อ

ฉันมีให้เขาแค่คำขอบคุณ

ฉันว่าเขาคงไม่ได้ซีเรียสอะไร  คงเป็นคนปกติ ที่อาจจะไม่ได้ถึงกับเป็นคนดีมากกกกใจดีมากกกก ด้วยซ้ำ  แต่ฉันนึกนับถือที่เขาไม่ปล่อยผ่านคนที่กำลังเดือดร้อนเล็กๆ น้อยๆ (ก็ไม่เห็นยากอะไร ไม่กล้าแบกจักรยานข้ามมาหล่อนก็ปั่นกลับไปทางปกติสิ) 

ถ้าไม่ได้ปั่นจักรยาน คงไม่ได้สัมผัสกับเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกดีมากๆ แบบนี้หรอก

หมายเหตุ: ความคึกและซุกซนทำให้ได้พบเห็นปริศนาธรรมในงานก่อสร้างถนนหนทางโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางเดินเท้าสำหรับจักรยานและคนเดินอย่างจัง ทางเท้าริมถนนศรีนครินทร์เหมือนจะดี กว้างเชียว แต่กลับมีอุปสรรคให้ต้องเบี่ยงหลบกันเป็นระยะ เป็นเสาบ้าง ป้ายบ้าง อะไรบ้าง  บางช่วงก็หายไปเฉยๆ คิดจะปั่นบนทางเท้า (เลี่ยงการย้อนศรบนถนน) จากบริเวณนั้นไปจนถึงซีคอนทำไม่ได้นะคะ ทางมันจะไปสิ้นสุดเอาเฉยๆ ตรงตีนสะพานกลับรถนำจากบางนาเข้าซีคอน

ขี้เกียจรอจูงจักรยานข้ามถนนฉันเลยปั่นขึ้นสะพานกลับรถเข้าซีคอนไปเลย จบ

Advertisements

One response »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s