The Secret Life of Walter Mitty: The Secret Life of Sean O’Connell indeed

มาตรฐาน

Sean OConnell

ได้ดูเสียที The Secret Life of Walter Mitty หนังที่สร้างแรงบันดาลใจในการออกไปบ้างจากชีวิตเดิมๆ ที่แสนจะปลอดภัยและคุ้นเคยซึ่งเพื่อนหลายคนพูดถึง ซึ่งฉันก็ชอบนะ แต่โดยส่วนตัวฉันรักหนังเรื่องนี้ในส่วนที่มันปลุกความฝันเก่าๆ ที่ตัวเองหลงลืมไปเสียเฉยๆ ทริประห่ำที่ฉันกับเพื่อนเคยไป วิธีเดินทางแบบที่มานึกตอนนี้แล้วสงสัยว่าทำไปได้ยังไง นั่งรถไฟชั้นสาม ปูกระดาษหนังสือพิมพ์นอนใต้เก้าอี้ โบกรถโค้ก กางเต็นท์ผิงไฟ ร้องเพลงกับกีตาร์ใต้ฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว วีรกรรมหัวหกก้นขวิดแบบนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเคยทำมาแล้ว

หนังเรื่องก่อนๆ ของ เบน สติลเลอร์ ที่ดูมามักเป็นหนังตลกแบบ ฮากระจาย (Starsky & Hutch โคตรขำ) แต่พอมาถึง Walter Mitty มันนิ่ง สงบ ทรงพลัง น้อยแต่มาก จบได้ประทับใจ ไม่ใช่เพราะว่ามันแฮปปี้เอนดิ้ง แต่จบได้แบบที่ทำให้คนดูรู้สึกรักและเชื่อมั่นในตัวเอง เหมือนจะฮึดกล้าจัดเป้ดุ่มออกจากบ้านไปเจอโลกข้างนอกจริงๆ เสียเดี๋ยวนั้น ซึ่งมันดีนะ ในบรรดาหนังมากมายที่รอให้เราเลือกดู ควรมีหนังแบบนี้อยู่ด้วย และควรทำให้ดี ให้พอเหมาะพองาม ไม่พิถีพิถันบรรจงจัดเสิร์ฟแรงบันดาลใจกันเกินไป

ฉากที่กินใจฉัน มี 2 ส่วน ส่วนแรก คือตอนเครื่องบินสีแดงกำลังจะแลนดิ้งลงบนเกาะสีฟ้า (กรีนแลนด์) ตอนนั้นเลยที่มันฟีลแบบ เฮ้ย ถึงปลายทางแล้ว อดนึกถึงการแลนดิ้งของบางกอกแอร์เวยส์ เอเชียสบูตีคแอร์ไลน์ยุคนึงไม่ได้ สายการบินนี้จะเปิดเพลงบีทเทิลส์เวอร์ชั่นกีตาร์แจ๊ส ช่วงนั้นฉันได้โดยสายบ่อยๆ พอเพลงดังทีไร นึกในใจ “ถึงบ้านแล้ว” ทุกที มีความสุขจัง

อีกตอนคือ ตอนวอลเตอร์เดินขึ้นภูเขาหิมาลัย ดั้นด้นไป (ดันมีสายเรียกเข้าจากเว็บหาคู่-มุกนี้น่ารักมาก ชอบ-และคุยกันอยู่นาน) จนไปหยุดหน้า Sean O’ Connell ซึ่งนั่งซุ่มรอถ่ายเสือดาวหิมะอยู่ ฌอน เพนน์ คงไม่ได้ตั้งใจจะขโมยซีนพี่เบน แต่เขาทำไปตั้งแต่ปรากฏตัวในภาพถ่ายบนโต๊ะทำงานของวอลเตอร์นู่นแล้ว จะเรียกว่ารัศมี ออร่า หรือคาริสม่า บารมี หรืออะไรของฌอน เพนน์ ก็ตามแต่ ฉันบอกตัวเองในนาทีนั้นว่า นี่มันควรจะเป็นหนังชื่อ The Secret Life of Sean O’ Connell ต่างหาก

ก็ช่างภาพฟรีแลนซ์นายนี้ไม่ใช่หรอที่ทำให้ วอลเตอร์ มิตตี้ ต้องออกเดินทางอีกครั้ง คนอะไรเท่ชะมัด ยังใช้ฟิล์ม ไม่ใช้มือถือ และไม่อยู่เป็นหลักแหล่งให้ตามตัวกันได้ง่ายๆ ที่เท่กว่านั้นคือการใช้ชีวิตของเขา ฌอนเรียกวอลเตอร์ไปดูเสือดาวหิมะตัวที่ซุ่มรออยู่ผ่านวิวไฟน์เดอร์ ซึ่งเหมือนจะมองกลับมาอย่างรู้จักกัน วอลเตอร์คงเดาว่าเดี๋ยวฌอนคงกดชัตเตอร์ ใช่สิ ยิ่งถ้าเป็นช่างภาพสัตว์ป่า DSLR คงกดรัวเก็บภาพจนได้อากัปกริยาครบหมดทุกๆ 1/16 วินาทีไปแล้ว แต่ฌอนยังเฉย ดูบทสนทนาตอนนี้นะ

Walter Mitty: When are you going to take it?
Sean O’Connell: Sometimes I don’t. If I like a moment, for me, personally, I don’t like to have the distraction of the camera. I just want to stay in it.
Walter Mitty: Stay in it?
Sean O’Connell: Yeah. Right there. Right here.

ไม่ใช่วอลเตอร์ มิตตี้ หรอก ที่ทำให้ฉันอยากออกไปใช้ชีวิตแบบ “Life is about courage and going into the unknown.” (อย่างที่เชอริลพูด) แต่เป็น ฌอน โอ’ คอนเนล ที่ทำให้ฉันอยากออกไปอยู่ตรงนั้น เป็นส่วนหนึ่ง มองเห็นและสัมผัสโลกอย่างที่มันเป็น โดยไม่มีอะไรขวางกั้นจริงๆ สักครั้ง

บางทีก็อยากมีบางส่วนของชีวิตที่เป็นส่วนตัวบ้าง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s