21 days, my journey back to life (day 21/21)

มาตรฐาน

day 21: ศุกร์ 21 กุมภาพันธ์ 2557

image

สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ

เพราะไม่ว่าเป็นอะไรที่เกิดขึ้น เราย่อมได้เรียนรู้จากมัน ยิ่งเรียนรู้อย่างเข้าใจ ยิ่งได้กำไร และแม้สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เจ็บก็ย่อมเป็นประสบการณ์ที่ไม่สูญเปล่า

ที่จริงถ้าเรื่องมันเกิดอย่างปกติสามัญเช่นความสัมพันธ์กับผู้ชายรายอื่น คือเริ่มขึ้นเนียนๆ ดำเนินไปอย่างเป็นส่วนตัว ฉันก็คงเลือกเจ็บแบบส่วนตัว เศร้าไปให้พอใจ ไม่ต้องพยายามฟื้นฟูกายใจ เพราะไม่มีใครรู้เรื่อง ไม่มีคนเป็นห่วงมากนัก นอกจากเพื่อนกลุ่มสนิทชิดใกล้

แต่ความจริงคือแต่เริ่มเดิมทีฉันไม่คิดว่าเขาจะคิดกับฉันแบบนั้น ฉันคิดว่าเขาประทับใจบุคลิกฉัน เหมือนที่เคยมีทั้งผู้ชายและผู้หญิงประทับใจ มาคุยกันเรื่องอาหารการกิน เรื่องปั่นจักรยาน มาชอบกันเพราะอ่านบล็อกที่ฉันเขียนเรื่องปั่นจักรยาน 21 วัน อย่างที่เขาบอกจริงๆ แล้วก็เข้ามาสนิทด้วยแบบคนติดพี่สาว เพราะฉันดูเท่ ห้าว ยอมรับว่าฉันถึงกับคิดว่าเขาอาจจะเป็ยเกย์ เลยไม่ได้ระวังว่าเขาจะเข้ามาแบบนี้ เราพบกันบ่อยเพราะใช้ชีวิตอยู่โซนเดียวกัน เล่นสนุกกับเฟซบุ๊คมากไปหน่อย ถ่ายรูปกันบ่อย แทกกัน mention ถึงกัน และคุยกันตลอด เพื่อนๆ จึงฉันรู้เรื่องเยอะ ยุ่งรู้ถี่ก็ยิ่งยินดีประสาเพื่อน ยินดีที่ฉันมีคนมาติดตามดูแล เอาใจ และตามใจ

เพื่อนคอยลุ้น พูดอย่างนี้ได้

เขาตอนนั้นดูจริงจังมาก ไม่มีใครเลยที่จะเอะใจว่าจู่ๆ เขาจะเปลี่ยนใจ ตัวฉันเองยังเพิ่งรู้สึกตะหงิดๆ แค่ 2 วัน ก่อนเขาชิ่งไป จึงไม่ใช่ฉันคนเดียวที่อกหัก แต่เพื่อนๆ ก็พลอยเป็นไปด้วย เพื่อนเสียใจ เสียความรู้สึก แล้วเพื่อนก็เป็นห่วง ฉันเองก็เสียใจทั้งกับตัวเองและเพื่อน ที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ฉันได้รู้ว่าที่จริงฉันมีสมบัติมากมายเป็นเพื่อนใกล้เพื่อนไกล เพื่อนรุ่นพี่ เพื่อนรุ่นน้องที่เป็นห่วงอย่างจริงใจ เขาอาจจะไม่ได้ถามกันทุกคน แต่ก็แสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยและปลอบใจกันในรูปแบบของตัวเอง แม้แต่คนที่ไม่ได้คุยกันนานแล้วยัง inbox มาถามว่าเกิดอะไรขึ้น โอเคไหม ฉันจึงคิดว่าควรส่งข่าวบอกเพื่อน (และบอกตัวเองด้วย) ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ความรู้สึกฉันไม่ได้แย่ขนาดนั้น และมันดีขึ้นทุกวัน (จริงๆ นะ) ผ่านการเล่าเรื่องติดต่อกัน ซึ่งเมื่อจบ 21 วันนี้แล้ว ฉันก็อยากจะโฟกัสไปที่เรื่องอื่นบ้างซะที เบื่อตัวเองแล้ว

เขาทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรใหม่เกี่ยวกับการคบคนนะ แต่ก่อนค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนจับผิดเก่ง มีเซนส์ดี มองโลกในแง่ร้ายและค่อนข้างเท่าทันคน ..แต่ไหงไม่รู้จักเขาเลย อ่านไม่ออก ไม่ทันเกม แถมไม่รู้ตัวก่อนเขาจะไปอีก ไม่ทันตั้งตัวก่อนเขาทิ้ง เสียท่าสุดๆ เห็นจะต้องปรับจูนการมองคนใหม่ ให้อยู่บนความจริงยิ่งขึ้น ใช้เหตุผลให้มากกว่าเดิม สร้างขอบเขตความเป็นส่วนตัวให้ชัดเจนกว่าเดิม รักใครก็รักแค่ครึ่งใจ ที่สำคัญต้องตั้งคำถามกับอะไรที่เร่งรีบ เร่งรัดผิดปกติ ความสัมพันธ์ต้องการองค์ประกอบที่ลงตัวของจังหวะและเวลา แบบที่ฉันเรียนรู้แล้วจากการอบขนมปัง

นอกจากนี้ให้ระวังเด็กเอาไว้ให้ดี

ถ้าเด็กคือการเข้ามาพร้อมการประจบเอาใจให้เรารักสงสาร แต่สับสน ไม่รู้ชัดว่าตัวเองต้องการอะไร ไร้ความพร้อมสำหรับความสัมพันธ์อันมั่นคง แต่กลับพร้อมจะเปลี่ยนใจ แถมไม่กล้าบอกกันตรงๆ ผู้ชายแบบนี้ควรคบกันในรูปแบบอื่น จะเรียกว่าพี่ก็ยินดี แต่อย่าคิดว่าฉันจะอยากได้เป็นคนรัก ฉันไม่อยากเป็นพี่เลี้ยงเด็กอีกแล้ว

ใช่เลย การเข้ามาทำเรื่องป่วนของเขาทำให้ฉันได้เรียนรู้หลายอย่าง รวมทั้งทำให้ได้คิดด้วยว่า คบกันได้ไม่นานก็ถูกทิ้ง แล้วได้รู้หลังจากนั้นว่าเขาทิ้งไปก็ดีแล้วนั้น ยังดีกว่าคบกันไปนานๆ เพื่อจะรู้ว่าเราไม่อยากคบกับคนแบบนี้เลย แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นทิ้งเขาอย่างไร

ชักรู้สึกดีกับการเป็นคนถูกทิ้งแล้วสิ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s