21 days, my journey back to life (day 20/21)

มาตรฐาน

day 20: พฤหัสบดี 20 กุมภาพันธ์ 2557
image

เกลียดกันได้ขนาดนั้นเลยหรือ?

หลังหายอึ้งที่ถูกเขา block ในเฟซบุ๊ค ฉันเริ่มคิด และถามตัวเอง

วันนี้เป็นวันที่ 20 ที่ฉันถูกขอจบความสัมพันธ์ผ่านการส่ง message ในเฟซบุ๊ค ด้วยเหตุผลว่าเขากลัวความสัมพันธ์ กลัวความผูกพัน กลัวความพลัดพราก แล้วฉับพลันนั้นเขาก็เปลี่ยนแบบพลิกฝ่ามือ เลิกติดต่อฉัน ไม่โทร ไม่ inbox ไม่ tag ไม่มีคอมเมนต์ และไม่มีเงาของเขาในเฟซบุ๊คของฉันอีกต่อไป

…แต่เรายังเป็นเพื่อนกัน ฉันคิดโง่ๆ ตามสถานะในเฟซบุ๊คที่คอยเช็กทุกวัน โดยการเข้าไปที่ timeline ของเขา เพื่อจะดูว่าคำว่า friend ยังอยู่ตรงนั้น ข้างๆ กับคำว่า message ซึ่งยังเป็นช่องทางที่เราอาจส่งข่าวหากัน หากต้องการ

แต่ขอสารภาพความจริงว่าเมื่อเข้าไปแล้วฉันไม่ได้ดูเฉพาะคำคำนั้นหรอก ฉันยังดูเรื่องราวที่เขาเล่าสู่โลกเท่าที่เขาจะอนุญาตให้ “เพื่อน” ระดับฉันรับรู้ได้ด้วย

แม้ฉันจะโอเคขึ้นมากแล้ว ใกล้คำว่าหายดีเข้าไปทุกที แต่ผู้หญิงเราเป็นแบบนี้แหละ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นคนขอจบความสัมพันธ์ ฉันสารภาพ ฉันดูเฟซบุ๊คเขาทุกวัน

เขาไม่ได้ unfriend และแม้ฉันเคยคิดว่าจะ unfriend เขาเองหลังได้ของคืน แต่ก็ไม่ได้ทำ เพราะยังอยากรู้ว่าชีวิตเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็มันน่าสนใจจริงๆ

สาบานว่าฉันได้แต่ดู ไม่เคยแสดงความคิดเห็นหรือก้าวก่ายชีวิตใหม่ของเขากับผู้หญิงอีกคน ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีฉันรวมอยู่ด้วย ดูทุกวัน จนเห็นว่ามันเป็นเรื่องของมนุษย์ธรรมดาสามัญที่มีความต้องการความรักและการยอมรับ เช่นเดียวกับคนอื่นๆ และตัวฉันเอง

เริ่มชาชินและรู้สึกว่าเรื่องราวของเขาเกือบกลายเป็นเรื่องราวของคนรู้จักแต่ไม่สนิทนักซึ่งมีชีวิตอยู่ใน friend list ของเรา และเราจะบังเอิญรู้เรื่องของในชีวิตเขาผ่าน news feed ในเฟซบุ๊ค เช่นเดียวกับเพื่อนกลุ่มนี้อีกนับสิบๆ คน

แต่วันนี้แปลกไป ฉันไม่สามารถหาเฟซบุ๊คของเขาพบ มันขึ้นคำแปลกๆ และมีอาการแปลกๆ ฉันรีบกลับไปที่ timeline ตัวเอง พบว่าในอัลบั้ม photo of you ไม่เหลือรูปถ่ายของเขาที่เคย tag ฉันแล้ว

ฉันเริ่มแน่ใจว่าเขา block ฉัน

แปลกดี ไม่ได้เริ่มต้นที่การ unfriend เพื่อจำกัดสิทธิ์ในการเข้าสู่โลกเฟซบุ๊คของเขา แต่ไปสู่ขั้นของการ block เพื่อไม่ให้สิทธิ์ในการมองเห็นเขาอีกต่อไปเลย

เพื่ออะไร? ฉันคิด ถ้าไม่อยากให้ฉันรู้เรื่องของเขาอีก แค่ unfriend ก็พอ เออ แต่ต้องเซ็ต privacy ไม่ให้อยู่ที่ public ด้วยนะ

ฉันเชื่อว่าการ block ที่จริงไม่ได้เป็นการป้องกันไม่ให้ฉันเห็นเรื่องราวของเขาหรอก เฟซบุ๊คไม่เคยเก็บความลับให้ใคร ถ้าฉันคลั่งอยากรู้เรื่องของเขาจริงๆ ไม่ต้องพัฒนาตัวเองให้ถึงขั้น stalker เลย แค่ sign up อีกบัญชีหนึ่ง ฉันก็ยังเข้าถึงเรื่องราวที่เขา public ได้อยู่ดี

ไม่ใช่ เขาไม่ได้ block เพื่อการนั้น แต่เพื่อเป็นการ delete tag ทั้งในส่วนของรูป และ status จำนวนมากมายในเวลาสั้นๆ เพียงเกินเดือนมานิดหน่อย ทำให้มันหายไป เพื่อตัวเอง หรือเพื่อคนอื่นไม่รู้ แต่เรื่องนั้นฉันไม่สนใจแล้ว

ง่ายดี ..เขาเข้าใจคิด ฉันเชื่อว่านี่อาจไม่ใช่เทคนิคใหม่อะไร ด้วยวิธีเดียวกันนี้เขาอาจจะเคยใช้แล้ว เพื่อลบร่องรอยผู้หญิงเก่าๆ ออกไปจากเฟคบุ๊คของตัวเองอย่างรวดเร็ว …ก็ไม่แน่ใจนักในข้อสันนิษฐานนี้ เพราะตอนคบกัน ฉันไม่เคยติดจะตรวจเฟซบุ๊คของเขา
(แต่เราสามารถติดตามได้ว่าเขาจะใช้มุกนี้อีกไหม เมื่อเขาเจอผู้หญิงคนที่ใหม่กว่าผู้หญิงคนนี้ ก็แค่ดูว่า อยู่ๆ เรื่องราวของเธอคนนี้จะหายไปจากเฟซบุ๊คเขาอย่างไร้ร่องรอยหรือเปล่า-แต่ฉันบอกเลยว่าต่อจากนี้ฉันคงไม่สนใจแล้วล่ะ)

ฉันสงสัยว่าเขาจะเกลียดฉันจนไม่อยากเหลือความทรงจำที่เกี่ยวกับฉันอีกต่อไป

เสียใจนิดเดียว เขาน่าจะเข้าใจ-เท่าที่เขารู้จักฉัน-นะ ว่าฉันไม่ได้เป็นผู้หญิงถูกทิ้งที่น่ารำคาญนัก แรกๆ ฉันอาจจะช็อคและงอแงบ้าง แต่ก็แข็งแรงพอจะตั้งสติได้ในเวลาไม่นาน และที่จริงฉันเป็นคนพูดรู้เรื่อง

กลับมา ณ จุดที่ฉันยืนอยู่ ไม่มีเขา แต่ฉันยังแวดล้อมด้วยผู้คนที่รักและเห็นค่าของฉัน รวมแมวอีกสองตัว

มีคนเกลียดแค่คนเดียว มันจะเป็นอะไรนักหนาเชียว?

Advertisements

2 responses »

  1. อาจจะเป็นแบบหนึ่งของการ ‘หนีปัญหา’ หรือไม่ก็อยากจะ ‘set zero’ สถานการณ์นะคะ เราว่าเค้าคงรู้สึกไม่ดีนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ดันไม่อยากจะอธิบาย เลยมาลงเอยอีหรอบนี้

    จริงๆ สถานการณ์นี้คุณ Friday ดูเข้มแข็งและแข็งแรงกว่ามากนะคะ ทั้งๆ ที่เป็นคนที่ต้องเสียความรู้สึก คุณ Friday อาจจะรู้สึกไม่ดีกับการที่เค้าใช้วิธี disconnect แบบนี้ แต่มองดีๆ ก็ถือว่า เค้าจะไม่มีวันทำร้ายคุณ Friday ได้อีกค่ะ 😀

    เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

    • งงบ้าง หงุดบ้าง เพราะไม่เข้าใจ แต่ก็ได้เห็นชัดว่าเขากับเราเป็นคนคนละแบบอะค่ะ ถ้าตัวจริงเขาเป็นแบบนี้ จบกันตรงนี้ก็ดีกว่าทนๆ อึนๆ กันไปแล้วไปจบตอนคบกันไปไกลกว่านี้

      ก็ไม่รู้จะคิดเกี่ยวกับเขาให้ดีกว่านี้ จะเข้าใจเขาให้ดีกว่านี้ได้ไง ในเมื่อไม่มีการสื่อสารกันวิธีที่มันชัดเจนกว่านี้อะเนอะ

      ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s