21 days, my journey back to life (day 19/21)

มาตรฐาน

day 19: พุธ 19 กุมภาพันธ์ 2557
image

 

วันวานฉันได้ชิมปลาทูน่าที่ปรุงด้วยการ  Sear หรือการนำปลาทูน่าสดชิ้นหนาใหญ่ไปนาบกับกระทะร้อนให้สุกเฉพาะผิวนอก แล้วอาจจะมีการเสริมรสชาติสดหวานฉ่ำของเนื้อปลาด้วยซอสสูตรของใครของมัน เป็นวิธีปรุงที่ให้เนื้อทูน่าที่อร่อย ยิ่งถ้าเป็นปลาสด ชิ้นหนา เนื้อส่วนกลางชิ้นที่ยังไม่สุกจะยังคงหวานฉ่ำ

แต่เนื้อปลาที่หนาขนาดนี้มาจากทูน่าตัวใหญ่แค่ไหนกัน เมื่อเช้าเพิ่งเปิดสารคดีในห้องน้ำ แว่วว่า Bluefin Tuna กำลังจะสูญพันธุ์ ยังดีที่ได้รู้ว่าที่กินไปนี่เป็น Yellowfin Tuna

 

ไม่ใช่แค่เนื้อทูน่าครีบเหลือง วันวานฉันยังได้ชิมแซลมอนเกรดซาชิมิชิ้นเบ้งที่ทั้งหวานทั้งมัน หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวใหญ่ และสแกลลอปตัวใหญ่กว่าจากน่านน้ำไหนไม่รู้ มาในวันนี้ ยังต้องไปสำรวจอีกร้านอาหาร เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่เสิร์ฟปลาหิมะชิ้นใหญ่เสียจนนึกไม่ออกเลยว่าเจ้าของเนื้อชิ้นนี้มีขนาดลำตัวหนักกี่กิโลกรัม ขนาดเชฟบอกว่าเป็นปลาหิมะตัวเล็กซึ่งให้เนื้อที่อร่อยกว่าตัวใหญ่ฉันยังเชื่อว่ามันต้องใหญ่มากอยู่ดี นอกจากนั้นยังมีเชพเพิร์ดสพายสไตล์ฝรั่งเศสจากเนื้อน่องเป็ดตุ๋นในน้ำมันที่อุณหภูมิต่ำ ท็อปปิ้งด้วยฟัวกราส์กริลล์มาอย่างสวยอีกจาน  กับเอสการ์โกต์กรุบอวบฉ่ำอยู่ในเนื้อมะเขือเทศที่แต่งรสด้วยชิ้นไส้กรอกโซริโซจากสเปนอีกจาน

 

เพื่อนร่วมโต๊ะชวนคุยอย่างเกรงใจว่าอร่อยไหม ฉันตอบว่าอร่อย ถามว่าฉันชอบกินไหม ฟัวกราส์ หรือตับห่าน เนี่ย ฉันตอบว่าที่จริงก็ไม่ได้ชอบหรอก ไม่เคยหากินเอง ไม่เคยสั่ง แต่ถ้ามีโอกาสกินก็จะกินให้หมด ยิ่งรู้ว่ามนุษย์เราโหดแค่ไหนกับห่าน ที่มีชีวิตในโลกเพื่อจะสละตับอวบๆ ให้เชฟมาปรุงเป็นอาหารจานเลิศ กับสละอุยขนตรงหน้าอก ให้คนถอนไปยัดเป็นไส้เสื้อกันหนาว ก็ยิ่งต้องกินตับของมัน และใช้เสื้อกันหนาวขนห่านที่ซื้อมาแล้วตัวนั้นอย่างรู้คุณ

 

คุณค่าของชีวิตคืออะไรกัน ต้องใช้เวลานานแค่ไหน กว่าปลาหิมะและทูน่าครีบเหลืองในท้องทะเล รวมทั้งแซลมอนในฟาร์มจะโตขนาดนี้ กว่าห่านหนึ่งตัวจะมีตับที่โตพอจะทำฟัวกราส์ชิ้นสวย

 

ถ้ามนุษย์ต้องกินปลา ตับห่าน หอยทาก สุนัข เสือ และสัตว์อื่นๆ ที่เรายังไม่รู้เพื่อมีชีวิตอยู่ ชีวิตของมนุษย์ก็ควรสำคัญและมีคุณค่ามากกว่าชีวิตของสิ่งที่เป็นอาหาร แต่แล้วมนุษย์ซึ่งถือว่าตัวเองสูง เรียนรู้ได้ มีการศึกษา มีศาสนา มีศีลธรรม มีวัฒนธรรม มีรสนิยม มีอุดมการณ์ทางการเมือง มีสารพัดที่สัตว์ไม่มี ก็คร่าชีวิตกันเองง่ายๆ ด้วยเครื่องทุ่นแรงบ้าง อาศัยแรงคนอื่นบ้าง จากสาเหตุเบลอๆ อย่าง “ความเกลียดชังกัน” หรือ “ความเห็นไม่ตรงกัน” อย่างนั้นหรือ?

 

ต่อจากชิมอาหารฝรั่งเศส ฉันจับรถไฟฟ้าใต้ดินไปดูหนังรอบพิเศษ Pompeii เป็นภาพยนตร์ Visual Effect สุดอลังการที่ไม่ได้เล่าเรื่องซับซ้อนอะไร แค่ฉายภาพชีวิตของผู้คนในเมืองปอมเปอีก่อนภูเขาไฟวิสุเวียตจะพ่นลาวาออกมากลบเมืองทั้งเมืองให้สุกตายไปพร้อมกันในปี ค.ศ. 79

 

สิ่งที่จุดประกายขึ้นในความคิดของฉันคือการตระหนักถึงคุณค่าของการมีชีวิต

 

เรามีเวลากันคนละเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ เราแค่ใช้เวลาของเราไป โอ้เอ้ อ้อยสร้อยบ้าง หยุดพักข้างทางบ้าง เจ่าจ่อมอยู่กับความผิดพลาด ความโกรธ บ้างก็ความบ้า ต้องให้สัญญานเตือนระวังเวลาชีวิตหมดดังขึ้นก่อน จึงจะรู้ตัวว่ามีอีกหลายอย่างที่อยากทำ คิดจะทำ แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ ภารกิจที่เหลืออยู่ จะเป็นภารกิจต่อสู้เพื่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรี อิสรภาพ เพื่อเงิน ความรัก หรือเพื่ออะไรก็ตาม ถ้าถึงเวลาต้องตาย ก็คือหมดเวลาทำ ดังนั้น ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็น่าจะมีชีวิตให้สมศักดิ์ศรีกันหน่อย

 

อย่างน้อยอย่าให้อายปลา ห่าน หมู หมา เสือ กระทั่งหอยทากเอสการ์โกต์ ที่ยังได้ชื่อว่าสละชีวิตให้มนุษย์กินเพื่อจะมีชีวิตอยู่

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s