21 days, my journey back to life (day16/21)

มาตรฐาน

day 16: อาทิตย์ 16 กุมภาพันธ์ 2557
image

เมื่อคืนฝนตกเหมือนฟ้ารั่ว ตื่นเช้ามากระถางต้นไม้ที่ระเบียงยังเปียกอยู่เลย ชักไม่อยากเลอะ ที่คิดจะปั่นไปศูนย์ประชุมฯ เปลี่ยนแผน นั่งรถเมล์บ้างดีกว่า

 

ถ้าจะเดินทางด้วยรถเมล์ เหมือนว่าจะเหนื่อยน้อยกว่าและไม่ต้องกลัวดำเท่าปั่นจักรยาน แต่ที่จริงเราต้องเผื่อเวลาไม่ใช่น้อย ทั้งเวลาในการเดินทางไปรอรถสายที่เราต้องการ และเผื่อรถติด อีตอนยืนรอรถกับตอนเดินนี่ ถ้าคนมันจะดำ มันก็ดำได้ ฉะนั้น ฉันบอกตัวเองว่าถ้าไม่อยากเสียเวลามาก แล้วปัจจัยดีพอ ไม่มีฝน ไม่ปวดหัว ปวดตา ปวดท้อง มีที่จอดแบบไม่เครียด มีห้องน้ำสำหรับจัดการกับเหงื่อและแต่งองค์ทรงเครื่อง เตรียมตัวให้รอบคอบแล้วก็ปั่นจักรยานไปเหอะ เอาเวลาที่จะแช่อยู่บนท้องถนนนอนเล่นเฟซบุคอยู่บ้านยังจะดีเสียกว่า

 

อย่างไรก็ตาม บนเก้าอี้ยาวแถวหลังรถเมล์ร่วมบริการสาย 46 วันนี้ฉันได้แรงบันดาลใจบางอย่างจากป้าที่นั่งใกล้ๆ กัน เราไม่ได้นั่งติดกัน เพราะนี่เป็นสายวันอาทิตย์ในวันหยุดยาว รถโล่ง ป้านั่งริมหน้าต่างด้านซ้ายของตัวรถ มีแดดสายๆ ส่องเข้ามาจากหน้าต่างและด้านหลัง ป้าดูชิลล์มาก นั่งแทะข้าวโพดต้มตลอดทาง ข้าวโพดข้าวเหนียวกลิ่นหอม ฉันว่าบางฝักมันดูแข็ง แต่ป้าแทะอย่างเพลิน สงสัยจะชอบกินข้าวโพด

 

ป้าทำให้ฉันคิดถึงแม่ แม่ฉันฟันไม่ค่อยดี เมื่อเด็กๆ แม่ต้มข้าวโพดหวานให้ลูกกินบ่อย ทีละหม้อๆ ให้พอกับลูกสามคน แต่ไม่ค่อยแทะข้าวโพดแบบนี้ให้เราเห็น แม่คงเห็นว่ามันไม่งามนัก แต่เมื่อเห็นแม่ หรือป้าคนนี้ก็ตามแทะข้าวโพด มันดูมีฟิลลิ่ง มันดูอร่อย ฟิน ดูเป็นอิสระจากการบังคับตัวเองให้อยู่ในกรอบที่คิดว่าคนอื่นคาดหวังให้เป็น ใช่ ป้าดูอินดี้มาก ป้าเป็นไอดอลของฉัน!

วันนี้มีงานมหกรรมขายมือถือ ฉันนัดเพื่อนให้ไปช่วยเลือกมือถือ เวลาฉันจะซื้ออุปกรณ์สื่อสารฉันต้องเคี่ยวเข็ญเพื่อนคนนี้ให้มาช่วยดู ช่วยเลือก และช่วยตรวจของให้ตลอด เพื่อนอาจจะทำอิดออดบ้าง แต่ก็ช่วยซื้อมา 2-3 เครื่องแล้ว แท็บเล็ตอีกเครื่อง รู้สึกดีจังที่มีเพื่อนพึ่งพา ไม่ต้องคอยพึ่งผู้ชายที่มาคบกันชั่วคราวตอนนั้นๆ เพราะคนพวกนี้ไม่คบกับฉันนานเหมือนที่เพื่อนคบ ใช้มือถือไปสักพัก ถ้าเริ่มมีปัญหา คนพวกนี้มักไม่อยู่ให้บ่นแล้ว แต่เพื่อนยังอยู่

ฉันมีตัวเลือกไม่มากรุ่น แต่มีให้เลือกซื้อหลายร้านจนแทบจะตาลาย ถ้ามากับผู้ชาย บรรยากาศคลาคล่ำด้วยผู้คน เสียงดังๆ และโปรโมชั่นชวนลังเลแบบนี้ ต้องทำให้มีคนหมดความอดทนก่อนจะเลือกของได้และตัดสินใจซื้อ ไม่ฉันก็เขา (ไม่ได้จิ้น ฉันเคยเจอมาแล้วในงานสัปดาห์หนังสือ) แต่เพื่อนฉันคนนี้คงเป็นโรคจิตเล็กๆ เขามีความพากเพียรในการหาร้านที่ขายของราคาดีที่สุด และให้ของแถมเยอะที่สุด แต่ก่อนหน้านั้นเขาต้องช่วยฉันกลั่นกรองและตรวจสอบเสียก่อนว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่

แน่นอนว่าฉันอยากได้มือถือที่ถ่ายรูปได้ดี เดิมฉันใช้ Sony Ericsson Xperia Ray ฉันชอบหลายๆ อย่างในความเป็นมือถือเครื่องนั้น รวมทั้งคุณภาพของภาพถ่าย (ไม่รวมภาพจากกล้องหน้านะ) เมื่อฉันมีประสบการณ์ดีๆ กับโซนี่ งานนี้จึงมีช้อยส์เป็น Sony Xperia Z กับ Z1 แต่ใจฉันดันปันไปให้ Nokia Lumia 1020 ฉันชอบอะไรที่หนักๆ ปึ้กๆ งานประกอบดีๆ สีเหลืองนั่นก็เข้าตา ที่สำคัญราคาโนเกีย ที่มาพร้อมกล้องความละเอียด 41 ล้านพิกเซล แพงกว่า Z1 แค่พันบาทเอง

ยืนดูเขาสาธิตกล้องโนเกีย เกือบจะตัดสินใจแล้ว ถ้าไม่ลืมนึกถึงการติดต่อสื่อสารกับคนอื่นๆ ในโลก

เพราะความเป็นวินโดว์โมบายของโนเกียนั่นเองที่ทำให้ฉันสรุปได้ ตกลงใจเลือก Z1 สมาร์ทโฟนที่มีกล้องความละเอียดแค่ครึ่งเดียวของ Lumia 1020 และเลือกอยู่กับแอนดรอยด์เหมือนเดิม

เพื่อนช่วยหาร้านที่ได้ของแถมเจ๋งๆ มาเพียบ ไม่พอ ไปเป็นเพื่อนติดฟิล์ม เดินหาซื้อพาวเวอร์แบงค์ ซึ่งกว่าจะเลือกได้ เดินอยู่ประมาณ 5 ร้าน เดินไปรับของแถม และให้ยืมเงิน (สด) ซื้อรองเท้าส้นสูง (ใครจะคิดว่าในงานมือถือมีขายทั้งรองเท้าส้นสูงและชุดชั้นใน) อีก ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันอย่างอ่อนเพลีย

ไม่ต้องคิดว่าจะกินอะไรกันดี หรือไปไหนกันต่อ ไม่ต้องคอยมาช่วยฉันถือของ (ที่จริงฉันไม่ค่อยวางใจให้ใครถือของให้ แม้แต่คนเป็นแฟนก็เหอะ) ไม่ต้องคอยดูอารมณ์กันว่าตอนนี้ดีไหม กำลังจะบูดแล้ว ต้องเติมหรือพร่องอะไร กับเพื่อน ฉันแค่เกรงใจนิดหน่อยกับวันอาทิตย์ครึ่งวันที่เพื่อนสละให้ ส่วนสำหรับเพื่อน การมาเลือกมือถือเป็นเพื่อนฉัน ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องสนุกๆ (ถ้าเขาว่างพอดี) อีกส่วนก็คงเป็นการบริการ และสงเคราะห์ เพื่อนฉันคนนี้ใจดี ชอบบริการเขาไปทั่วอยู่แล้ว กินยากินิคุด้วยกันมันยังเป็นคนย่างเนื้อให้คนทั้งโต๊ะเลย

ทำไมผู้ชายเวลาคบกันเป็นเพื่อนถึงประเสริฐอย่างนี้ล่ะ?

เพราะการคบกันแบบเพื่อนมัน “สบายสบาย” กว่า? เพราะระหว่างคบกันไม่มีการคาดหวังว่าเขาควรรักเรา เทคแคร์เรา? ไม่ต้องเกร็งว่าเราเทคแคร์เขาพอไหม หรือมีอะไรที่ยังพร่อง แต่ต่างคนต่างเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ แบบหัวเราะได้เต็มเสียง ไม่ต้องกลัวจะเสียกริยา ยิ้มกว้างได้สุดระยะฟัน ไม่ต้องระแวงว่ามีผักติดฟันหรือเปล่า ริ้วที่หางและใต้ตาโอเคไหม?

ก็ถ้าเป็นเพื่อนกันมันดีกว่า แล้วผู้หญิงเราจะเป็นแฟนกับผู้ชายไปทำไม?

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s