21 days, a journey back to life (day14/21)

มาตรฐาน

day 14: ศุกร์ 14 กุมภาพันธ์ 2557

image

วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ และวันมาฆบูชา ฉันฉลองด้วยการตื่นสายโด่ง จนไม่ทันกินโจ๊ก และไปไม่ทันแผงขายปลาสดที่ตลาด ปลาสำหรับแมวที่น่าสงสารสองตัวที่บ้าน แต่ก็ได้ไปขนข้าวของประดามีที่ตกค้างอยู่ที่บ้านเพื่อนกลับมาด้วยคาร์เมน จักรยานทัวริ่งวินเทจคันเก่งที่เคยใช้ขนของเหล่านี้ไปทิ้งไว้กับเขา

เริ่มต้นวันด้วยอาหาร และการพักผ่อน ล้างอุปกรณ์ทำขนมที่นำกลับมาแล้วบ่ายๆ ก็เริ่มลงมือทำขนมปังงาดำ จากงาดำป่นที่ได้มาพร้อมการซื้อน้ำเต้าหู้ ที่จริงฉันคิดถึงการทำขนมปังมาก จากประสบการณ์น้อยนิดในการเรียนรู้การอบขนม ฉันหลงใหลช่วงเวลาของการนวดแป้งขนมปัง และเฝ้าดูการเติบโตของแป้งโดห์ที่สุด ก่อนหน้านี้ตอนอุปกรณ์ไปค้างอยู่กับเขา ภาพของแป้งโดห์อ้วนฟูนอนพักในชามอ่างรอการนวดไล่ลมคือสิ่งที่ติดค้างในใจ วันนี้ในรูปลักษณ์ก้อนแป้งดำๆ ที่ไม่มีความน่ากิน มันมานอนอ้วนฟูรอฉันจัดการแล้ว

ขนมปังงาดำอบเสร็จ พบว่ามันไม่สวย ไม่โปร่งเบา แต่มีเนื้อแน่นและเต็มไปด้วยรสเข้มข้นของงา แต่ทำให้ฉันรู้สึกดี รู้สึกเหมือนได้ชดใช้โทษทัณฑ์ ฐานที่ละเลย เบี่ยงเบนออกจากมาตรฐานของความเป็นตัวของตัวเอง ให้เวลากับตัวเองน้อยกว่าคนอื่นในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเวลา

ฉันพอใจกับขนมปังของฉัน

ตกเย็น ที่จริงคือใกล้ค่ำ ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนเก่า นางมาทำธุระที่กรุงเทพฯ ชวนกินข้าวที่ร้านข้าวต้มอิสลาม ปากซอยโชคชัยสี่ เอ๊ะ ฉันมีของต้องเอาไปคืนที่โชคชัยสี่อยู่แล้ว จึงรับปากเพื่อน สั่งนางให้รอหน่อยเพราะจะปั่นจักรยานไป เนื่องจากเชื่อว่าถ้าไปด้วยขนส่งมวลชนจะไปถึงช้ากว่าปั่นแน่นอน

เป็นความจริงแท้ ระยะทาง 19 เกือบ 20 กิโลเมตร จากอ่อนนุช ลัดไปออกพัฒนาการ ผ่านคลองตัน เข้าเลียบทางด่วนแล้วจึงไต่ถนนลาดพร้าวไปโชคชัยสี่ ฉันใช้เวลา (รวมหลง) แค่ 1 ชั่วโมง ออกจะห้าวและปั่นไวมากไปหน่อย แต่เพราะว่าแงซายทำได้จริงๆ  จักรยานที่เพิ่งได้คืนจากเขา ซึ่งฉันได้บ่นไปเมื่อวานว่าเขาทำไม่เสร็จ ฯลฯ ให้ความร่วมมือมาก ทั้งลื่น พุ่ง และตอบสนองต่อการเปลี่ยนเกียร์แม่นกว่าซีรีนเยอะ แถมเฟรมโครโมลีตรงไซส์ยังให้นิ่มนวลกว่าเป็นกอง นอกจากนี้แม้สเต็มจะถูกเปลี่ยน ปรับองศาการก้มให้ต่ำลงอีก แต่เป็นเกือบ 20 กิโลเมตรที่ฉันไม่เจ็บหลังเลย เบาะทรงประหลาดนั่นก็ไม่ทำให้เจ็บก้นด้วย

น้ำตาจะไหล อยากขอบคุณคนทำจักรยานอีกครั้ง

ฉันไปถึงร้านอาหารด้วยเนื้อตัวเปียกเหงื่อ เหนื่อย แต่สุดจะมีความสุข ถ้าการออกกำลังกายทำให้เอนโดรฟิน สารแห่งความสุข หลั่งออกมาจริง ส่วนหนึ่งของความสุขของฉันก็คงเป็นเพราะมัน แต่อีกส่วนหนึ่งคือความรู้สึกว่า วันนี้ พร้อมการกลับมาของแงซาย ฉันได้ชีวิตของตัวเองกลับคืนมาแล้ว

ไม่ว่าวันวาเลนไทน์ของคนอื่นจะสุดแสนโรแมนติกและเป็นที่จดจำเพียงใด แต่ฉันกับเพื่อนก็มีมื้อค่ำคืนวาเลนไทน์ที่น่าจดจำเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะรสชาติอาหาร หรือเด็กเสิร์ฟขี้เล่นหรอก แต่เป็นบรรยากาศของบทสนทนากับเพื่อนเก่าและอ้อมกอดจากเธอต่างหาก ตลกดีที่เพื่อนคนนี้ยุ่งมากจนไม่รู้เรื่องวิกฤตชีวิตเมโลดราม่าของฉัน ฉันเล่าสรุปไปสั้นๆ เพื่อนก็เข้าใจและหายห่วง

แยกจากเพื่อนฉันปั่นต่อไปฝากคืนของที่ รปภ. ของหมู่บ้านพี่ รอ รปภ. ที่ป้อมอยู่นาน จนตัดสินใจปั่นเอาของไปแขวนไว้กับรั้วบ้านพี่เขา ดีใจที่จำบ้านเขาได้ จากนั้นจึงกลับ สามทุ่มกว่าแล้ว ฉันไม่กลับทางเดิมเด็ดขาด ตอนนี้มืดไป น่าจะเปลี่ยวไป และคงไม่สนุกนักกับการบังคับรถขึ้นๆ ลงๆ ไปตามเนินที่เกิดจากพื้นถนนยุบและบวม เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ของทางจักรยานถนนเลียบทางด่วน จึงตัดสินใจปั่นไปทางต้นถนนลาดพร้าว ไปขึ้นบีทีเอสที่สถานีหมอชิตมาลงอ่อนนุช แล้วจึงปั่นเข้าบ้าน

วันนี้ทั้งวันปั่นจักรยานอย่างน้อย 36-37 กิโลเมตร ควรเหนื่อยล้าป้อแป้เจ็บเข่าก้าวไม่ออก แต่ฉันไม่แฮะ แค่กลับมากอดแมว อาบน้ำ ซักผ้า กินนม แล้วยังอยู่เขียนบล็อกของวันก่อนได้อีกตั้งเป็นนาน

เป็นวันแห่งความรัก(ตัวเอง)ที่มีความสุขจัง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s