21 days, my journey back to life (day12/21)

มาตรฐาน

day 12: พุธ 12 กุมภาพันธ์ 2557

 

 

image

นัดพบกับไบค์เมตแต่เช้าด้วยตั้งใจจะไปวิ่งที่สวนเบญจสิริ เช้าๆ อากาศดี แต่รถติดแล้ว น่าอัศจรรย์ใจจริงที่ออกจากบ้านเวลาไหนก็เจอรถติด

เราไม่ได้รีบร้อนนัก ส่วนหนึ่งเพราะรถเราไม่ค่อยดี เรารู้สึกได้ แม่ไบค์เมตนั่นรู้ชัดๆ เลย โตเกียวของนางโซ่หลุดอีกแล้วตอนจังหวะเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสะพานพระโขนง นี่ดูเหมือนเป็นครั้งที่สองแล้ว ซีรีนของฉันไม่เลวร้ายขนาดนั้น แค่จังหวะเปลี่ยนเกียร์จะกระโดดจากจานที่สองไปสี่ และสี่ลงไปสองเสมอ

ฉันแทบไม่เคยได้ปั่นด้วยจานใบที่สาม ซึ่งน่าจะให้น้ำหนักและสปีดที่เหมาะกับหลายสถานการณ์บนถนนมากกว่าที่จานใบที่สองซึ่งเบาเว่อร์ไป และสี่ซึ่งหนักเว่อร์ไปมาก ไม่เป็นไร ยังพอประคองตัว รอจนกว่าจะถึงวันที่ได้เจอช่างจักรยานที่เข้าใจและแก้ปัญหานี้ได้

โลกบนถนนช่วงหน้าเอ็มโพเรียมไปจนถึงแยกอโศกเกือบถึงขั้นวิกฤต แต่โลกในสวนสาธารณะเล็กๆ ริมทาง ข้างห้างแบรนด์เนมห้างนี้เงียบสงบเหมือนอยู่กันคนละโลก เราล็อกจักรยานไว้ที่เสาไฟผอมๆ ทั้งๆ ที่เหงื่อยังไม่หมาด ไบค์เมตของฉันเปลี่ยนบทบาทจากนักปั่นไปเป็นนักวิ่ง ส่วนฉันต้องขอตัวเพราะไม่รู้จะเอาสัมภาระไว้ไหนตอนที่วิ่ง อุตส่าห์แต่งตัวมาอย่างพร้อม แต่ดันลืมนึกไปว่าจะเอาข้าวของไว้ที่ไหน

ในสวนไม่เหงา ฉันแบกเป้ เดินเชื่องช้าบนรองเท้าวิ่ง ผู้คนแถวนี้ดูมีความสุข ทุกคนมาที่นี่เพราะรักชีวิตของตัวเอง ส่วนใหญ่มาออกกำลังกาย ในวัยหนุ่มสาวก็ออกวิ่ง วัยผู้ใหญ่ถึงชราในรูปแบบการออกกำลังกายเชื่องช้า รับกับวัยแห่งความสุขุม ไร้แรงกระทั้นกระแทก บางคนในชุดทำงาน ฉันเห็นเขานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ …ไม่รู้สิ บางทีข้างตัวเขาอาจจะเป็นแก้วกาแฟหอมๆ สักแก้ว

ฉันนั่งลงที่ม้านั่ง ไม่ไกลจากตำแหน่งครั้งแรกและครั้งเดียวที่มานั่งในสวนนี้กับเขา ใกล้แปดโมงเช้าเข้าไปทุกทีแต่แดดยังไม่ออก มองไปรอบๆ ดอกไม้หน้าแล้งเริ่มแสดงตัว ตอนนี้มีสามสีแล้ว ชมพู ม่วง และแดง รอสีส้มจากหางนกยูง และสีเหลืองของคูน แล้วสวนนี้ก็จะผลัดจากสวนฤดูหนาว เปลี่ยนสู่สวนฤดูร้อนอย่างแท้จริง

ไม่รู้สึกเจ็บแปลบอะไรเมื่อเดินผ่านจุดที่เราเคยนั่งข้างกันเมื่อสิบกว่าวันก่อน เรื่องธรรมดาแท้ๆ การเกิดขึ้นในวันนี้ และจบลงในวันถัดไป ไม่ต่างจากฤดูกาลที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา

ไบค์เมตกลับมาพร้อมเนื้อตัวพราวเหงื่อและใบหน้าแดงก่ำ วิ่งได้ห้ากิโลกว่า ท่าทางมีความสุขกับสปอนเซอร์ขวดนั้น ขณะที่ฉันใช้เวลาเท่ากันไปกับการนั่ง หายใจเข้าออก พิจารณาธรรมชาติรอบตัวและผู้คน คิดอะไรๆ และบันทึกภาพ เรามีความสุขกันไปคนละทาง แต่ร่วมทางปั่นต่อไปอีกไม่ไกลก็ถึงจุดหมายปลายทาง จอดจักรยาน จากนั้นอาบน้ำแต่งตัว หาอะไรรองท้องก่อนเริ่มต้นทำงาน

ฉันมองชีวิตตัวเองตอนนี้ ไม่มีคนรักอยู่ข้างกายเหมือนเมื่อสิบกว่าวันก่อน แต่ขาดอะไรไปไหม? ไม่เลยนี่ ฉันมีครบ ทั้งเพื่อน เวลา สุขภาพ ความสุข และความคิด

ฉันว่าฉันรักชีวิตตัวเองตอนนี้ออก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s