21 days, my journey back to life (day10/21)

มาตรฐาน

day 10: จันทร์ 10 กุมภาพันธ์ 2557

ภาพยนตร์-Timeline-จดหมาย-ความทรงจำ

หลับสบายขึ้นมากเมื่อได้กลับมาหลับในที่ที่คุ้นเคย เช้าวันจันทร์รถก็ติดอยู่แล้ว แต่วันนี้ม็อบมีการเคลื่อนขบวนจากเอกมัย บนเส้นทางที่ใช้รถเลยติดกว่าเดิม ผู้คนบนถนนดูมู้ดดี้มาก แต่ฉันกับคาร์เมนก็พากันมาถึงออฟฟิศไม่ช้ากว่ามากับซีรีนนัก

ตอนเริ่มปั่นจักรยานใหม่ๆ ฉันได้คาร์เมนมาจากลุงมนัส ในบรรดาจักรยานหลายคันที่ลุงเอาออกมาให้ลองปั่น จากประสบการณ์น้อยนิด ฉันเลือกคาร์เมน ด้วยเหตุผลเพียงแค่ ‘รู้สึกถูกชะตา’ ในยามนั้นที่แข้งขายังมีกำลังไม่มาก คาร์เมนจึงยังคงเป็นจักรยานที่ปั่นยากสำหรับฉัน ต้องใช้แรงมากมายในการถีบบันไดให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า เรียกว่าต้องมีเวลาพักใหญ่สำหรับปรับตัวให้ปั่นคาร์เมนได้อย่างเป็นธรรมชาติและไม่ทรมานตัวเอง

ช่วงนั้นมีคนเปรยขึ้นทำนองว่า เขายังไม่เห็นว่าฉันสนุกกับการปั่นจักรยาน ฉันประเมินไม่ได้จริงๆ ว่าเขาต้องการการยืนยันประมาณไหน คือฉันก็มีความสุขของฉัน แต่คงไม่ขนาด ‘สนุกมากกกกค่ะ เกิดมาไม่ได้ทำอะไรสนุกๆ แบบนี้มานานแล้ว’ และก็ไม่ถึงกับรู้สึก ‘ไม่สนุกเลยย’ ที่จะปั่นจักรยาน ไม่อย่างนั้นฉันคงเลิกปั่นไปแล้วสิ คือที่มาปั่นจักรยานนี่ไม่มีใครจ้างนะ ต้องตากแดดตากควันจนตัวดำ ไหนจะความเครียดบนท้องถนน ไหนจะภาระที่ต้องยกเข้าออก จัดท่าจักรยานล้อ 27 นิ้วในลิฟต์แคบๆ ของคอนโด เวลาจะเอาลงมาปั่นและเวลาจะเก็บ

แต่สิ่งเหล่านั้น ฉันเปลี่ยนให้มันทั้งหมดให้กลายเป็นความท้าทายในการปั่นจักรยาน รวมทั้งเรื่องที่เคยโดนมอเตอร์ไซค์เกี่ยวล้มบนถนนจนเจ็บสะโพกอยู่เป็นอาทิตย์ และความกลัวยางแตกกลางทางแล้วช่วยตัวเองไม่ได้ด้วย

ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรที่จะหยุดไม่ให้ฉันปั่นจักรยานในวันที่สะดวกและอยากจะปั่น

ยิ่งได้แงซาย ซึ่งเบา และปั่นง่ายกว่าคาร์เมนมาใช้ ฉันยิ่งปั่น จนเคยชินกับระยะทาง 12 กิโลเมตรจากบ้านมาที่ทำงาน ถึงกับเชื่อว่าในวันต่อๆ ไปถ้าไม่มีอุปสรรคยิ่งใหญ่ในชีวิตจริง (เช่น ป่วยหนักหรือตั้งท้อง) การเสพย์ติดความสุขจากความรู้สึกอิสระที่สูบฉีดไปทั่วร่างกายทุกครั้งตั้งแต่เริ่มออกแรงถีบบันได จับแฮนด์ทรงตัวพร้อมวางก้นลงบนอาน คงทำให้ฉันปั่นจักรยานได้เรื่อยๆ จนพานคิดว่าคนที่ค้นพบความสุขในการปั่นแล้วก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน

เมื่อมาเจอกับข่าวใหม่ ว่าเขาผู้เป็นอดีตไบค์เมต ตอนนี้แทบจะหยุดปั่นจักรยานไปเฉยๆ ตามคำ (สั่ง?) ของผู้หญิงที่เขาแคร์ จะเป็นด้วยการปรับไลฟ์สไตล์ให้สอดคล้องกันหรือยังไงก็ตามที แต่ฉันคงทึ่งมาก หากเขาสามารถอด งด ความสุขบนจักรยานได้จริง เขาลืมความรู้สึกระหว่างที่พุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยกำลังจากขาทั้งสอง ความตื่นเต้นขณะเลี้ยวหลบหลีกอุปสรรค เปลี่ยนเกียร์ปรับเค้นน้ำหนักของการถีบไปตามสถานการณ์บนท้องถนนได้จริง?
ฉันอยากรู้ว่าเขาไม่เสียดายช่วงเวลาที่สายลมเย็นๆ โบกจากกลางบึง นำพากลิ่นหอมของเกสรกระถินณรงค์มาให้ชื่นใจหรือ และเวลาปั่นจักรยานกลางคืนตอนรถโล่งๆ อากาศเย็นๆ ล่ะ ไม่คิดถึงแล้วหรือ
หรือว่าความรัก ความชอบ ความสนุก จากการปั่นจักรยานมันเป็นสิ่งที่เสแสร้งทำขึ้นมาได้จริง ดังที่ครั้งหนึ่งที่ใครคนนั้นไม่เชื่อ ว่าที่ฉันปั่นจักรยานอยู่นี่กำลังปั่นอย่างสนุก มีความสุขจริงๆ

จักรยานทำให้เราสัมผัสถึงความพิเศษของอิสรภาพ ฉันว่าอย่างนั้นนะ มันเป็นช่วงเวลาที่เราเคลื่อนไปข้างหน้าได้ตามใจของเรา ช้า หรือเร็ว หรือไปข้างๆ คนข้างๆ เพราะได้สัมผัสประสบการณ์กับจักรยานแบบนี้แล้วหรือเปล่าที่ทำให้ฉันรู้สึกจับใจกับภาษาหนังใน “Timeline จดหมาย-ความทรงจำ” โดยพี่อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับนักปั่นนัก

2 ตัวละครเอกใน Timeline เป็นเด็กเพียง 2 คนที่ปั่นจักรยานไปเรียน ด้วยจักรยานที่ต่างกันไปตามบุคลิกของแต่ละคน เราได้เห็นว่าแม้เด็กทั้งสองจะมีพฤติกรรมและกิจกรรมคล้ายเพื่อน หากแต่มีส่วนแตกต่าง ตรงที่ทั้งสองมีอิสระจากเทรนด์พันธนาการแห่งยุคสมัย มีช่วงเวลาเชื่องช้าและดื่มด่ำของการเดินทางด้วยจักรยาน กับการรับรู้เรื่องราวของอีกคนผ่านการอ่านตัวหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นบนกระดาษที่เรียกว่าจดหมาย หรือบนไทม์ไลน์ของเฟสบุ๊ค กระทั่งหน้าจอสนทนาของไลน์ มันช้าพอจะทิ้งช่วงให้แต่ละคนได้คิด ซึมซาบ รู้สึก และบันทึกความทรงจำ ข้อความเหล่านั้นต่อมาจึงกลายเป็นสมบัติล้ำค่า ซึ่งสามารถช่วยรื้อฟื้นความรู้สึกดีๆ ต่อเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว รวมทั้งผู้เป็นที่รักซึ่งจากไปแล้วได้เสมอ ด้วยการอ่านแล้ว อ่านอีก

แทนปั่นจักรยานทัวริ่งออกจากบ้านไปทำตามความฝันของจูน หนังจบลงอย่างนี้ ฉันเชื่อว่าแทนไม่ได้ทำแทนจูน แต่เพราะความฝันของจูนได้กลายเป็นความฝันของแทนไปแล้ว และบางทีการปั่นจักรยานอาจทำให้แทนรู้สึกเหมือนได้อยู่ข้างๆ จูน แทนจึงยังคงปั่นจักรยานต่อไป

สำหรับฉันเองการปั่นจักรยานช่วยให้คลายทุกข์ และระลึกถึงความสุขได้ทุกครั้ง

ยอมรับว่าฉันติดการปั่นจักรยาน และมองไม่เห็นเหตุผลที่จะเลิก หรือหยุดปั่น
จึงคิดไม่ออกเลยว่าคนที่เคยมีความสุขมากๆ กับการปั่นจักรยานจะเลิกไปง่ายๆ ได้อย่างไร

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s