21 days, my journey back to life (day2/21)

มาตรฐาน

image

Day 2: อาทิตย์ 2 กุมภาพันธ์ 2557

หลังจากพี่น้องและบรรดาคนรักใคร่ห่วงใยกันทราบว่าฉันร้องไห้อย่างหนักในบ่ายวันศุกร์ ก็ชวนไปโน่นไปนี่มากมาย สำหรับวันนี้ จากที่กะไว้ว่าจะปั่นจักรยานจากบ้านไปกราบพระแก้วมรกตดังที่เคยทำทุกครั้งเมื่อรู้สึกเสียขวัญ จากนั้นก็ไปบ้านทะเล กินแพนเค้กกล้วยหอมกับกาแฟ ค้างสักคืน เช้าวันจันทร์ปั่นจักรยานไปตามเส้นทางใหม่ของพ่อทะเล ก่อนเที่ยงค่อยกลับบ้าน วันจันทร์ฉันว่าง ลาไว้แล้วสำหรับการไปเชียงใหม่ แต่ที่สุดแล้วฉันเปลี่ยนใจไปอยุธยากับเพื่อน และกลุ่มพี่ๆ ของเพื่อน

ตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง พบที่จุดนัดพบตีห้าครึ่ง เราปั่นสบายๆ ไปหัวลำโพง รถแทบไม่มีเลย และถนนก็สว่างเท่ากับตอนเรากลับบ้านตอนค่ำๆ เราทำความเร็วได้ดีจนสามารถแวะนั่งแทะแซนด์วิชไส้กรอกชีสแกล้มหน้าเซเว่นอีเลเว่นแถวๆ คลองเตย หัวลำโพงมีคนเยอะตั้งแต่หกโมงครึ่ง เราซื้อตั๋ว และทำเรื่องสัมภาระให้จักรยานทั้งสองคัน

เหมือนมีคนปลอบใจ แม้จะอดเอาจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเที่ยวเชียงใหม่ในคืนวันศุกร์ แต่เช้าวันอาทิตย์ยังได้แก้มือด้วยการไปปั่นเที่ยวอยุธยา เช้านี้อากาศไม่ค่อยเย็นแล้ว จึงมีหมอกค้างอยู่จนสาย ดูเหมือนพระอาทิตย์เริ่มทอแสงจนสว่างดีเมื่อรถดอนเมือง แต่พอไปถึงรังสิต ผ่านทุ่งหญ้ารกร้างข้างทาง หมอกยังลงจัดจนเหมือนกับมีบางส่วนไหลเข้ามาในโบกี้รถเสบียงที่ฉันนั่งอยู่กับเพื่อน เหมือนที่คิดไว้ว่าจะได้จับหมอกบนรถด่วนสายเหนือขบวนที่อยากไป

ในที่นั่งชั้น 3 เพื่อนเล่าเรื่องผู้ชายของเพื่อนซึ่งมีส่วนร่วมกับเรื่องผู้ชายของฉันเหมือนกัน ขำดี ที่แท้แล้วคนเราก็รักคนอื่นเพราะว่ารักตัวเอง  

ถึงอยุธยาไม่ช้ากว่ากำหนดนัก แต่พอถึงแล้วก็เริ่มร้อนทันที ยังไม่ทันเข้าเขตโบราณสถานก็รู้ได้ว่าอยุธยาร้อนมากทั้งแดดและอากาศ บางตอนมีรถเยอะ แต่ไม่ยากจะปั่น เขาทำรถมาให้ฉันดีจริง Serene ผู้เป็น Serendipity ของฉันไม่เกเรและเป็นภาระเลย ตั้งแต่ยกขึ้นโบกี้สัมภาระ ตระเวนไปรอบเมืองทั้งบนถนนเรียบในเขตชุมชนและเส้นทางขรุขระโรยหินรอบๆ โบราณสถาน ทริปนี้มีชาวคณะยางแตกคนหนึ่ง ด้วยฤทธิ์ไม้เสียบลูกชิ้น แต่ซีรีนปลอดภัยดี ขากลับเราต้องรอรถไฟขบวนที่ตู้สัมภาระมีพื้นที่ว่างพอจะขนจักรยาน เลยมาถึงกรุงเทพฯ เกือบดึก ฉันกับเพื่อนจึงตัดสินใจลงรถไฟที่สถานีสามเสน ปั่นต่อมาขึ้นบีทีเอสที่สถานีอารีย์ ฉันยกซีรีนโดยไม่ลำบาก ถึงอ่อนนุชแล้วเราปั่นต่อกลับบ้าน ครั้งนี้เราเดินทางกันสองคน ก็อดคิดถึงสมาชิกที่หายไปจากวันไปรอเครปป้าเฉื่อยไม่ได้ แต่เหลือสองคนก็ยังดีกว่ามาคนเดียวจริงไหม

วันนี้ได้ไหว้พระหลายวัด ฉันผู้แทบไม่เคยอธิษฐานขออะไรจากพระ คราวนี้มาอย่างคนเสียขวัญ หวังพึ่งบุญบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์รอบตัวเต็มที่ ขอให้ท่านคุ้มครองฉัน ถ้าเขาคือคู่ ขออย่าให้คลาดแคล้วหลุดลอย แต่ถ้าไม่ใช่ ไม่สมกันในแง่ใดก็ตาม ขอให้เราสองคนแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง อย่าได้เกี่ยวข้องกันอีก

พระอยุธยาศักดิ์สิทธิ์สมกับที่ผู้คนศรัทธา วันนี้ช่วงเที่ยงฉันเห็นภาพที่เขาโพสต์ในเฟสบุ๊ค ฉันถามไป ว่าใครช่วยถ่ายให้ ไม่มีคำตอบจากเขา ตกค่ำ ฉันเขียนขอบคุณที่เขาทำซีรีนให้ปั่น และเซ็ตอัพตำแหน่งอานให้ใหม่ ฉันปั่นนานแต่ไม่ปวดหลังแล้ว แต่ยังติดปัญหาเล็กน้อยระหว่างเปลี่ยนเกียร์ ฯลฯ เขาอ่านแล้วเฉย ยังคงไม่ตอบ

วันนี้เป็นวันที่ฉันไม่ร้องไห้แล้ว แต่คำถามที่ไร้คำตอบของเขาทำให้ฉันรู้สึกโง่ราวกับเพิ่งร้องไห้ชุดใหญ่ ความรู้สึกโง่ทึบทำให้ฉันเริ่มเปิดตาตื่น ถามตัวเองว่ากำลังทำโง่อะไรอยู่ จนคิดได้ว่านี่เป็นครั้งที่ควรบันทึกความโง่ของตัวเองเอาไว้เป็นบทเรียน จะได้ไม่ลืมง่ายๆ และพลาดได้อีกครั้ง จึงเริ่มเขียนบล็อกตอนที่ 0/21 ในคืนนี้
image

 

(ทริปนี้คงจะเป็นทริปที่ฉันโชคดี กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ไม่เหนื่อยมาก แต่แม่เพื่อนผู้เป็นไบค์เมตของฉันต่างกัน หลังแยกกัน ยางเธอแตกก่อนถึงบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ทราบข่าวจากเฟสบุ๊คว่าเมื่อวานนี้เขาก็ยางแตกเหมือนกัน ใกล้แยกอ่อนนุช แถวๆ บ้านฉันเลย จะเกี่ยวกับเรื่องที่เขาทำฉันร้องไห้จนหูอื้อ หายใจไม่ออกหรือไม่ ฉันไม่รู้ได้นะ)

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s