21 days, my journey back to life (day1/21)

มาตรฐาน

day 1: เสาร์ 1 กุมภาพันธ์ 2557

image

ฉันเขียนสเตตัสนี้สำหรับทุกคน ยกเว้นเขา ในตอนสาย หลังจากกลับจากบึงหนองบอนแล้ว เมื่อวานนี้ระหว่างมองตากันในกระจก ช่างตัดผมคนดีกุมไหล่ทั้งสองข้างของฉันแล้วบอก อย่าร้องไห้มาก พรุ่งนี้อาจมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น

เมื่อคืนอาจไม่ได้ร้องไห้จนหลับไป แต่ฉันนอนไม่หลับเลย ตื่นมาพิมพ์ข้อความโง่ๆ ถึงเขา และวันนี้ก็ตื่นเองตั้งแต่ยังไม่สว่าง แค่พาร่างตัวเองลุกขึ้นมาได้จึงน่านับเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง

ในเมื่อเดือนมกราคมของฉันเหมือนหายไปในโลกความฝัน ฉันจึงอยากเริ่มต้นเดือนกุมภาพันธ์ด้วยความจริง มกราคมที่มีเขาเริ่มต้นที่บึงหนองบอน ฉันจึงเริ่มต้นกุมภาพันธ์ที่จะไม่มีเขาที่บึงหนองบอนอีกครั้ง ฉันปั่นซีรีนผ่านจุดนัดพบของเราเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ใช่. . . แค่อาทิตย์เดียวก่อนหน้านี้ที่เรายังมีช่วงเวลางดงามร่วมกัน กุมมือกันเดินซื้ออาหารในตลาด ปั่นจักรยานเคียงข้างอย่างเชื่องช้า  และเขายังนอนหนุนตักฉันอยู่เลย น่าขำไหม

นี่เป็นเวลาเช้ากว่าเดิม หมอกทำให้อากาศเย็น แต่การปั่นจักรยานทำให้เราอุ่นขึ้นเสมอ ฉันไปทันพระอาทิตย์โผล่สวยๆ พ้นผืนหมอกหนักที่คลุมผิวน้ำให้แบนเรียบเป็นกระจก อาทิตย์ที่แล้วเรายังยืนดูเป็ดตัวเล็กว่ายแหวกผิวเรียบๆ นั้นแล้วดำหายไปโผล่อีกจุดหนึ่ง ภาพนี้สวยงามเกินจะบรรยายหรือบันทึกไว้ได้ทัน แต่เชื่อว่ามันถูกบ้นทึกแล้วในความทรงจำของเราสองคน

ฉันหยุดแล้วถ่ายภาพซีรีนกับพระอาทิตย์ ไม่คิดว่าจะมีภาพตัวเองกับแสงอาทิตย์ทรงพลังนี้ด้วย แต่ก็มี เมื่อพบว่าพี่ชายเพื่อนกับเพื่อนๆ มาหยุดรถที่ด้านหลัง นี่คงเป็นเรื่องดีๆ เรื่องที่สอง

ฉันไม่รู้สึกเหงา แต่เมื่อเจอพี่ๆ ก็รู้สึกคึกครื้นขึ้น พี่เจี๊ยบไม่ได้แซวอะไรเรื่องเขา รู้ทีหลังว่าชมพู่บอกแล้ว ฉันดีใจกับความรอบคอบของเพื่อน เพราะถ้าพี่เจี๊ยบแซวหรือถามถึง ฉันอาจต้องร้องไห้ที่บึงหนองบอน ฉันไม่อยากร้องไห้ที่นี่

เช้านี้เก็บไฟล์ความทรงจำงดงามได้หลายไฟล์ บรรยากาศอบอุ่นแบบเป็นตัวของตัวเองของบึงหนองบอนควรจะทำให้ฉันอิ่มกลับบ้าน แต่เมื่อฉันย้อนกลับไปทางตลาดนัดรถไฟ เพื่อจะแวะดูร้านกาแฟของเขาซึ่งเข้าใจว่าถูกเก็บเรียบร้อยแล้วเป็นครั้งสุดท้าย กลับทำให้ใจฉันวาบโหวงขึ้นอีกครั้ง

สองวันที่รู้ว่าเขาลงมือเก็บร้าน ที่จริงแทบจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยเดิมเลย หม้อไห หนังสือ ภาพถ่ายบนผนัง ตาชั่งของฉันที่เขาใช้ทำขนมเมื่อวานนี้ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะ มีฝุ่นแป้งกระจายอยู่บนนั้น จักรยานของเขาที่ถูกจอดอยู่ในร้านเหมือนจะตะโกนอะไรออกมา แต่ฉันไม่ได้ยิน ฉันรักการตอบสนองของจักรยานคันนี้ และมันก็ชอบฉัน ฉันรู้ได้ เสียใจที่เราคงไม่มีโอกาสอยู่ร่วมกันบนถนนอีก

เขาปดฉัน มันเจ็บเมื่อรู้อย่างนี้ แต่ฉันจะทำอะไรได้ เกลียดความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเขาโดนจับได้ชะมัด

ไฟล์ภาพอันงดงามและมีค่าถูกเปิดดูอีกครั้งเมื่อถึงบ้าน  และเป็นคำถามที่ไร้คำตอบของฉันนั่นเอง ที่ทำให้ต้องร้องไห้ติดต่อกันเป็นวันที่สอง

image

(ยังดีที่ฉันหักใจออกไปปั่นจักรยาน ทั้งที่กลัวว่าซีรีนจะทำให้คิดถึงเขา แท้ที่จริงวันนี้แทบจะเป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่าซีรีนเห็นใจ เธอไม่เกเร และพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นจักรยานปั่นสนุกที่สุดคันหนึ่งที่ฉันได้รู้จัก)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s