21 days, my journey back to life (day0/21)

มาตรฐาน

day 0: ศุกร์ 31 มกราคม 2557

แรกเลยวันนี้ฉันและเขามีนัดกันว่าจะขึ้นรถไฟไปปั่นจักรยานเที่ยวเชียงใหม่ ไปตามสถานที่ที่เราสนใจอย่างจุดสำคัญของเมือง อ่างแก้ว ไหว้พระ ร้านกาแฟและอาหารเก๋ๆ ไปพักที่รีสอร์ตบ้านดินที่มีแปลงผักปลูกเองกับนาข้าวอยู่แนบข้างบ้านของเพื่อนฉันที่แม่ริม ไปปาร์ตี้อาหารทำเองที่บ้านเพื่อนสนิท และใช้เวลาร่วมกัน ตุนเอาไว้ให้นึกถึงในตอนที่เราจะต้องไกลกัน เราเตรียมตั๋วรถไฟ ติดต่อเพื่อนเจ้าของรีสอร์ท และฉันลางานเรียบร้อย

รถไฟจะออกเดินทางเวลา 22.00 น. แต่ข้อความที่ส่งมาตอนเที่ยงเศษ บอกว่าเขาไม่อยากไปเชียงใหม่แล้ว และเขาอยากหยุดความสัมพันธ์ของเราไว้แค่นี้ หยุดก่อนมันจะเริ่มต้น และงอกงาม เพราะว่าเขากลัวการมีความสัมพันธ์ และการพลัดพรากจากกัน

ฉันช็อค

ฉันรู้จักเขาได้แค่เดือนเศษ เริ่มต้นโดยไม่มีความคาดหวังใดๆ ในความสัมพันธ์ มากไปกว่าเพื่อนและพี่น้อง แต่เมื่อเราเริ่มรู้จักกันมากขึ้น เหมือนเขาซึ่งเข้าใจว่ากำลังปรับชีวิตให้ตั้งหลักใหม่หลังวิกฤตสำคัญ ได้มาเสียการทรงตัวอีกครั้งให้กับแรงดึงดูดของฉัน โดยที่ฉันไม่ทันรู้ตัว เขาเริ่มต้นให้รายละเอียดในการดูแลฉัน ซึ่งทำให้ฉันประทับใจ นอกจากนี้ยังมีความบังเอิญหลายอย่างระหว่างเรา ตั้งแต่การพบกันในวันแรกของปี อาหารมื้อแรกของปีที่เรากินด้วยกัน รวมทั้งความสนใจในจักรยาน การค้นพบจักรยานที่เขารู้ว่าฉันต้องชอบมากๆ ในเซียงกง และเขาเป็นผู้ชุบชีวิตจักรยานคันนี้ ที่เป็นเหมือน serendipity ของเรา

จากนั้นฉันก็ชอบเขา และบอกเลยว่ามันกลายเป็นความรัก เขาเป็นทั้งเพื่อนรักผู้รู้ใจซึ่งฉันวางใจ เป็นน้องชายที่ฉันอยากดูแลด้วยความเป็นห่วง และเป็นชายคนรักในเวลาเดียวกัน เป็นความรักครั้งพิเศษและน่าประทับใจมากในความรู้สึกของฉัน เพราะมันเกิดขึ้นโดยที่ฉันไม่รู้ตัว ไม่คาดหวังใดๆ จากเขา รวมทั้งความสัมพันธ์ของเรา

ฉันจึงช็อคกับความฉับพลันทันใดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยคิดถึงวันที่เขาต้องจากไกลไปเรียนหนังสือนานๆ ความสัมพันธ์เมื่อเราห่างกันคงไม่ง่าย แต่ก็ไม่คิดว่ามันควรจะจบลงแบบนี้ ห้วนสั้น และไร้บทจบอันลงตัว สมกับความงดงามเมื่อมันเริ่มต้นขึ้น

แรกเริ่มฉันแค่ปั่นป่วนในท้อง แต่ต่อมาเมื่อได้เริ่มแล้วก็ร้องไห้ไม่หยุด เสียงดัง สะอึกสะอื้นเหมือนเปิดก๊อกน้ำตา จากความรู้สึกตกใจ เสียขวัญ เหมือนทำของรักหายโดยไม่รู้จะไปตามที่ไหน เพราะนึกไม่ออกออกเลยว่าทำหล่นหายตั้งแต่เมื่อไหร่ และที่ไหน

ร้องไห้จนหายใจไม่ออก หูอื้อ ร้องจนเพลีย หลับไป ตื่นขึ้นมาร้องอีกรอบ เพื่อนหลายคนที่รู้เรื่องแล้วกลัวฉันเหงา พากันชักชวนให้ออกไปทำอะไรข้างนอก แต่ฉันอยากอยู่คนเดียว เจ่าอยู่บ้าน ครุ่นคิดหาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น จึงปฏิเสธทุกคำชวน รู้สึกหมดอาลัยและหดหู่ รู้สึกเศร้าหมองเมื่อนึกว่าการปั่นจักรยานจะทำให้คิดถึงเขา แต่แล้วก็ตัดสินใจไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวในช่วงโพล้เพล้ของวันนี้ จึงออกไปร้านตัดผม

ช่างตัดผมผู้ได้เห็นสองตาอันบวมปูด แลกเปลี่ยนเรื่องราวของเธอปลอบใจฉัน เธอคบกับคนรักเก่ามาเป็นเวลา 10 ปี -ตั้งแต่สาวจนแก่- เธอว่างั้น แต่เมื่อมีเหตุต้องเลิกก็ต้องตัดใจให้ได้ เธอว่ากรณีของฉันน่าจะไม่ยากหรอก เพิ่งคบกันได้เดือนเดียวเอง

เดือนเดียวที่บรรจุรายละเอียดไว้เหมือนสักปีหนึ่งน่ะหรอ ฉันคิด

***************************
เรื่องเล่าชุดนี้เป็นเรื่องที่มองจากมุมของฉัน เขียนขึ้นโดยไม่เจตนาจะพาดพิงใคร เพียงต้องการบันทึกไว้เป็นอนุสรณ์ว่าครั้งหนึ่งเคยรักเขาอย่างไร ถ้าเขาได้มาอ่าน โปรดทราบว่าคุณเป็นหนึ่งในบุคคลมีค่าในชีวิตของฉัน ฉันเสียใจที่เราจบกันแค่นี้ ฉันเคารพการตัดสินใจ (ฝ่ายเดียว) ของคุณ แต่โปรดเคารพความรู้สึกรักของฉันด้วย

Advertisements

2 responses »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s