ปั่นจักรยาน จักรยานพาไปหาเพื่อน

มาตรฐาน

image

day 32/49 : จันทร์ 30 ธันวาคม 2556

จริงๆ ถ้านับวันกันจริงจัง ฉันปั่นจักรยานมามากกว่า 32 วัน หลายเท่าตัวแล้ว ยิ่งปั่นก็ยิ่งพบว่าตัวเองเปลี่ยนแปลง

ถ้าจะให้อธิบายกันว่าเปลี่ยนอย่างไรก็คงไม่แคล้วต้องพูดถึง ร่างกาย กับ จิตใจ

ฉันไม่ได้เข้าโปรแกรมปั่นแบบมีเทรนเนอร์และวินัยในการปั่นแบบนักกีฬา แค่ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายจึงไม่ใช่การเปลี่ยนเชฟเป็นผอม เพรียว สวยขึ้น อะไรอย่างนั้น มันออกไปในทางที่ “แกร่ง” ขึ้นมากกว่า ขนาดอาจไม่ได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่กล้ามเนื้อของขา หน้าท้อง และแขนดูแข็งแรงกระชับขึ้น เซลลูไลต์ยังอยู่ แต่อยู่อย่างเงียบๆ ไม่ออกหน้าออกตาเหมือนเดิม ความแข็งแรงที่สังเกตได้อีกอย่างคือ จากวันแรกๆ ที่ปั่นซึ่งหายใจไม่ทัน หอบบ้าง ต้องอ้าปากหายใจบ้าง ยิ่งปั่นนานวันก็สามารถหายใจได้ลึกยาวขึ้นได้ เหนื่อยน้อยลง ทำเวลาดีขึ้น (ไม่มากหรอก แต่ดีขึ้น) เพราะเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วขึ้น เวลาขึ้นบันไดรถไฟฟ้าหรือสะพานลอยก็ทำได้โดยไม่หอบ และแม้จะนอนดึก นอนน้อยเหมือนเดิม แต่ฉันไม่มีอาการไอแห้งเรื้อรังยาวนานแบบที่เคยเป็นอีก

จิตใจดูจะเป็นส่วนที่เปลี่ยนไปชัดกว่าร่างกายอีก เคยมีบางคนบอกว่าการปั่นจักรยานช่วยพัฒนาบุคลิกภาพในแง่ที่ว่ามันทำให้เขากล้าได้กล้าเสียมากขึ้น ฉันเริ่มเข้าใจเมื่อมันเกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่อาจสรุปว่าสิ่งนั้นคือความกล้าได้กล้าเสีย เพียงแต่มองว่ามันคือฝึกคิดคำนวณ ประเมินความปลอดภัย และตัดสินใจอย่างฉับไว การปั่นจักรยานบนท้องถนนในชีวิตประจำวันแบบที่ฉันทำอยู่ช่วยพัฒนาไหวพริบ และช่วยให้ใจนิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตอนที่เราจะปั่นแทรกไปในช่องระหว่างแถวรถที่ติดเป็นแพ ฉันพบว่าเวลาอย่างนั้นใจต้องนิ่ง เย็น มั่นใจ และไม่ว่อกแว่กไปที่อื่น

และไม่รู้เกี่ยวกับการกล้าได้กล้าเสียหรือเปล่านะ ตอนนี้อะไรที่ฉันได้ตัดสินใจไปแล้ว คือตัดสินใจเลย อาจแอบนึกดราม่าบ้างเพราะสันดานเดิมเป็นคนแบบนี้ แต่ฉันไม่ตัดสินใจใหม่ และไม่อ้อยอิ่งอาลัยกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

พ้นไปจากเรื่องของตัวเอง จักรยานยังเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ อีกหลายจุด นอกจากจะพาไปสำรวจความเรียบและแย่ของถนนสายต่างๆ รวมทั้งวิวสองข้างทาง มันยังทำให้ฉันได้เห็นทั้งความงดงามและความโสมมของโลกในมุมใหม่ ได้สัมผัสทั้งน้ำใจจากเพื่อนร่วมถนน และความเห็นแก่ตัวของคนบางคน เพื่อที่จะทำให้ได้คิดว่า ฉันอยากเป็นคนแบบไหนสำหรับเพื่อนร่วมถนน

สิ่งที่น่าประทับใจแบบเหนือความคาดหวัง จนเหมือนเป็นเหมือนโบนัสจากการปั่นจักรยานคือ เพื่อน

แม้ไม่ได้เดบิวต์ในวงการจักรยานด้วยการขยันไปร่วมทริปจักรยานบ่อยๆ เป็นสมาชิกกลุ่มปั่นจักรยานหลายๆ กลุ่ม แค่ปั่นไปเรียบๆ ตามประสาก็ยังอุตส่าห์มีเพื่อนมากขึ้นทุกวัน เป็นเพื่อนที่น่าคบชนิดไม่ต้องคัดทั้งนั้นเลยด้วย

ตัวฉันเมื่อกลางปีคงแทบไม่เชื่อว่าตัวฉันในวันก่อนสิ้นปีจะปั่นจักรยานจากบ้านตามเพื่อนใหม่อีกคน ไปบ้านเพื่อนที่ไม่เคยไปมาก่อน นั่งสังสรรค์เฮฮากันแบบสบาย ไร้รูปแบบ รอเพื่อนใหม่อีกคนที่ปั่นมาสมทบ แล้วเราทั้งหมดก็พากันปั่นลัดเลาะการจราจรติดแช่บนถนนเจริญกรุง ไป Asiatique หาที่จอดจักรยาน 5 คัน แล้วก็เดินหาร้านที่ทุกคนกินด้วยกันได้ โชคดีที่เจอของอร่อย คุยสนุก ถ่ายรูป แล้วก็เดินเที่ยวกันแบบสบายๆ ลื่นไหล แล้วเราก็พาตัวเองออกจากความวุ่นวายตรงนั้นไปที่มุมสวยสงบของวัดยานนาวา ซึ่งฉันเพิ่งได้เห็นเป็นครั้งแรก ในวิวที่น่าจะเป็นวิวที่หลายคนไม่เคยเห็น ก่อนที่เราจะแยกย้ายกันกลับ

บนเส้นทางเดียวกับเส้นทางเดิมที่ปั่นเดี่ยวกลับจากดูไฟวันคริสต์มาสอีฟ วันนี้ฉันมีไบค์เมตเจ้าของไฟท้ายสว่างจับตา ปั่นนำในสปีดสบายๆ ทำให้ฉันรู้สึกดีมาก มากกว่าหลับหูหลับตาปั่นให้ถึงบ้านไวๆ จะได้ไม่ต้องลุ้นกับการปั่นคนเดียวเหมือนคืนก่อนโน้นเป็นไหนๆ

คน 5 คนที่แทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย กับจักรยาน 5 คันที่ไม่มีความเหมือนกันเลย ใช้เวลาอยู่ด้วยกันได้น้านนานเพราะจักรยาน เริ่มจากเรื่องของจักรยาน คุยยาวไปถึงทริปปั่นจักรยานสไตล์ที่เราชอบ บรรยากาศแบบนี้ทำให้ฉันนึกขอบใจจักรยาน

ขอบใจที่นำฉันไปพบช่วงเวลาดีๆ และมิตรภาพอันอบอุ่นจริงใจแบบที่น่าจะหาไม่ได้ง่ายแล้วในสังคมปัจจุบัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s