ปั่น 21 วัน เปลี่ยนฉันให้เป็น… (day 5/21)

มาตรฐาน

image

day 5/21 : อาทิตย์ 1 ธันาคม 2556

เดือนธันวาคมมาถึงพร้อมอากาศเย็นสบายน่าคบ ฉันตื่นสาย และไม่ได้รู้สึกสบายใจขึ้นกว่าก่อนเข้านอน นึกในใจว่าถ้าแม่ยังอยู่ ถึงรู้ว่าฉันนอนอยู่บ้านกับแมว แต่ได้ข่าวที่ ม.รามฯ เมื่อคืนแล้วแม่คงไม่สบายใจ คงรีบโทรมาถามว่าบ้านฉันอยู่ใกล้ ม. รามฯ ไหม แล้ววันนี้จะไปไหน ทำอะไร และคงจะจบด้วยการกำชับว่า อยู่บ้านนะลูก

แต่มานึกได้อีกที ถึงแม่ยังอยู่ก็ไม่ได้ใช้เฟซบุ๊ค แถมดูแต่ฟรีทีวี แม่คงไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ฉันลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว ไม่รู้จะแต่งเต็มไปทำไม เพราะก่อนเที่ยงก็ต้องกลับมาอาบน้ำแต่งเต็มๆ เพื่อออกจากบ้านอยู่ดี ก็เลยแต่งตัวเหมือนไปตลาด แบบเสื้อยืด กางเกงขาสั้นแค่เข่า แต่ใส่หมวกกันน็อคและปลอกแขน (ไม่กล้าไว้ใจแดดหน้าหนาว) ปั่นแงซายออกไปตอนแปดโมงครึ่ง

อากาศยังน่าปั่นจักรยานอยู่เลย

เช้าวันอาทิตย์รถน้อยก็จริง แต่ดูจะจอดกันตามอำเภอใจกว่าวันธรรมดา ฉันปั่นเรื่อยๆ จนเลยปากซอยวัดมหาบุศย์ แต่โทษตัวเองไม่ลง เพราะยังไม่เคยมา พอมาได้เห็นก็รู้สึกว่าคล้ายๆ วัดอื่นๆ บนถนนอ่อนนุชซึ่งตั้งประชิดอยู่กับริมคลองพระโขนง ก็คลองคือทางสัญจรดั้งเดิม วัดอายุพอๆ กัน ตั้งอยู่ริมคลองก็ถูกต้องแล้ว รวมทั้งบ้านแม่นาคด้วย (ฮา)

ซิกเนเจอร์ของวัดมหาบุศย์ย่อมเป็นศาลย่านาค เออ ฉันไม่ได้เข้าไปดูชัดๆ แฮะ (ทำไมล่ะเธอ?) คงเพราะว่าดันมาจ๊ะเอ๋กับแกงค์จักรยานในคอสตูมแบบฟูลออปชั่นที่พากันมาถึงศาลพอดี คงจะอายชุดไปตลาดของตัวเองเลยเลี่ยงออกมาหยุดยืนทึ่งกับพิธีกรรมหาเลขเด็ดบนเสาตะเคียนทอง (เดาเอาหรอก) กับบนตัวเรือโบราณลำหนึ่ง ที่ตอนแรกคิกว่าเก่าจนขึ้นรา อ้าวเฮ้ยไม่ใช่หรอก นั่นเขากำลังยืนขัดถูอะไรกัน ถึงบางอ้อเดี๋ยวนั้นว่าสีขาวๆ คือแป้ง เขาโรยแป้งแล้วขัดหาเลข

วันนี้วันหวยออก ฉันเพิ่งนึกได้

แวะ Max Valu ริมทางตามเคย ฉันชอบเพราะที่นี่คนน้อย ของเยอะ เดินสบาย จอดรถก็ไม่ไกลตา ซื้อของเพลินไปนิด ล้นกระเป๋าสะพายจ่ายตลาดซะงั้น ถึงตอนนี้แงซายก็กลายเป็นจักรยานแม่บ้านไปโดยสมบูรณ์ แต่เพราะว่าต้องปั่นช้ากว่าเดิม รักษาสมดุลระหว่างแฮนด์สองข้างที่มีถุงจ่ายตลาดคล้องอยู่หนักไม่เท่ากัน ฉันเลยช้าพอที่จะเห็นร้านไข่กระทะริมถนนที่เคยเล็งไว้ตอนนั่งรถสองแถวผ่าน และสามารถแวะโดยไม่ลังเล

การปั่นจักรยานในบรรยากาศยอดเยี่ยม วิวชวนผ่อนคลายริมคลองพระโขนง รสชาติหมูกระทะและไมตรีของแม่ค้า คือสิ่งดีๆ ที่ทำให้หัวใจแช่มชื่น ฉันมีเรี่ยวแรงกลับมาถอดล้อหน้าแงซายออกมาขัดเงา บอกตัวเองว่าคงเสร็จก่อนถึงเวลาอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้าน ฉันมีกิจกรรมเพียบเลยในบ่ายวันนี้ ไปหาแมวปริศนา ไปร้านจักรยานเปิดใหม่ ไปดูหนัง และจบด้วยคอนเสิร์ต

แต่พอเปิดโทรทัศน์ ความหม่นหมองก็เริ่มครอบงำ มีนักศึกษารามฯ ตาย และม็อบกำลังโดนแก๊สน้ำตา สัญญาณโทรทัศน์ช่องที่ฉันติดตามหายเป็นระยะๆ เพื่อนไลน์มาบอกว่าคอนเสิร์ตเลื่อน ห้างปิด หนังคงต้องงด เพราะโรงหนังอยู่สยาม และเพื่อนไม่มีกะใจจะไปซื้อของอะไรแล้ว ในขณะที่ประเทศกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ อย่างนี้ ดังนั้น วันนี้ก็อยู่บ้านกันเถอะ

ฉันก็รู้สึกขมขื่น รู้สึกแย่เช่นกัน และก็กลัวขึ้นมาในตอนนั้น
ตกลงว่าในวันอย่างนี้ฉันต้องอยู่คนเดียว? (ที่จริงแล้วฉันก็อยู่คนเดียวตลอดเวลาอยู่แล้วนี่) ไม่มีใครที่บ้านติดต่อถามไถ่มาว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ …ฉันคิดถึงแม่ ถ้าแม่อยู่ฉันต้องได้รับโทรศัพท์จากแม่

คิดอีกที …แม่ตายไปแล้วก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องกระวนกระวายเป็นห่วงลูก ไม่ต้องปวดใจที่คนในประเทศชาติทำร้าย ทำลายชีวิตกัน (อีกแล้ว)

เด็กคนนั้นอายุแค่ 21 ปี เขาเกิดในเดือนที่ฉันเข้ามหาวิทยาลัย แต่ถูกเลื่อนเปิดเทอมออกไปเพราะเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

ถ้าแม่รู้เรื่องนี้ แม่ต้องเสียใจแทนแม่ของเขาอีก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s