ปั่น 21 วัน เปลี่ยนฉันให้เป็น… (day 1/21)

มาตรฐาน

image

day 1/21 : พุธ 27 พฤศจิกายน 2556

นัดกับไบค์เมตว่าจะเจอกันตอน 7.00 น. ณ จุดนัดหมาย ฉันแอบกังวลนิดนึงว่านั่นเป็นเวลาช้ากว่าทุกๆ ครั้งที่เราปั่นไปทำงาน (ฉันมือใหม่มาก ปั่นไปทำงานยังไม่เกิน 5 ครั้งเลย) เอ รถจะติดมากไหม แล้วแดดจะร้อนหรือเปล่า

เจ็ดโมงเศษ บนถนนอ่อนนุชมีรถติดแล้วจริงๆ นึกแล้วสงสารผู้คนที่ออกจากบ้านไปไหนๆ กันแต่เช้า (สารภาพว่าวันปกติที่ไม่ได้ปั่น ฉันออกจากบ้านหลัง 9.00 น. แหร่มไหมชีวิต?) แต่รถที่เริ่มติดเป็นแพและมีจังหวะขยับบ้างอย่างนี้ก็มีที่ทางให้เราปั่นไปเหมือนกัน ยิ่งแงซายเคลื่อนที่ง่าย (กว่าคาร์เมน) และพุ่งตัวดีในเีกียร์เบา แม้จะเป็นการขึ้นสะพานพระโขนงตอนรถติด แงซายช่วยให้ผ่านไปได้ด้วยดี ไม่รู้สึกหนักหนาเกินไป

บนถนนสุขุมวิทช่วงที่พ้นพระโขนงมาแล้วโล่งขึ้น พบนักปั่นแปลกหน้าหลายคน ฉันตามไปอยู่ช่วงหนึ่ง คิดว่าเป็นหนุ่มอ้วนแว่นที่เคยเจอ แต่ไม่ใช่ พอข้ามแยกทองหล่อก็เห็นหนุ่มแต่งกายไม่คล้ายนักปั่นซิ่งรถสัมภาระเยอะคันนึง ฟิ้ววววว ผ่านไป โห ขาหมุนติ้วๆ เลย แรงดีสุดๆ ผ่านสวนเบญจศิริ เจอหนุ่มหมอบดูดี ฉันส่งยิ้มไปเขาส่งยิ้มตอบ

การปั่นจักรยานมันน่ารักอย่างนี้เอง เราไม่ต้องประหยัดยิ้ม เมื่อเขายิ้มตอบมา เราก็จะได้ยิ้มไปอีกนาน ได้บริหารกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่ไม่ได้มีส่วนในการปั่นจักรยานซะงั้น

ชวนไบค์เมตลัดเลาะย้อนศรมาบนทางเท้า ถึงปากซอย 27 มารอขนมที่น้องนัดจะฝากสามีมาให้ ยังหอบแฮกๆ ผู้ชายบนจักรยานสัมภาระเยอะคนนั้นก็ส่งยิ้มมา เรายิ้มกลับ ดูเหมือนจะส่งเสียงไปด้วยว่าพี่ปั่นเร็วจัง แกก็เลยแวะมาคุย ให้เรียกแกว่า บังสุริยา ทุกวันจะปั่นจากบ้านแถวศรีนครินทร์ เข้าอ่อนนุช สุขุมวิท มาทำงานในซอย 25 ออกจากบ้าน 7.30 ใช้เวลาเดินทางแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น! แกเป็นนักออกแบบกราฟิก ปั่นมาเป็นปีแล้ว เล่าขำๆ ว่าเห็นเราสองคนปั่นตามกันบนถนนตอนแรกไม่กล้าทักเพราะนึกว่าเป็นชาวต่างชาติ (ฮา) ดีจัง บังเป็นแรงบันดาลใจที่ดีในวันที่ฉันเริ่มต้นปั่นเปลี่ยนตัวเอง แกเป็นคนน่านับถือและให้กำลังใจเราได้เท่ดี ให้ปั่นไปเรื่อยๆ แล้วแรงจะอยู่ตัวเอง จะแข็งแรง และไม่ป่วย

ตอนเย็นไบค์เมตติดงาน ฉันลังเลใจว่าจะปั่นกลับดีไหม อากาศก็เหงาๆ แต่แล้วก็ตัดสินใจปั่นกลับ ถนนสุขุมวิทช่วงหัวค่ำเลวร้ายกว่าตอนเช้ามากมาย แต่ถ้าผ่านหน้าเอ็มโพเรียมไปได้ ฉันบอกตัวเองเสมอว่าทำได้ 1/3 แล้ว (จริงๆ เราควรวิ่งลัดเลาะในซอยจา่กประสานมิตรไปออกทองหล่อเลยใช่ไหม แต่ขอบอกว่าฉันยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ ขอลองลัดเลาะตอนกลางวันสักหนก่อนแล้วกัน) แถวนั้นต้องใช้สมาธิและการตัดสินใจจริงๆ และแอบเครียดนิดๆ ตรงที่เคยมีคนบอกว่า การตัดสินใจของฉันมัน “เสี่ยงเกินไป” แต่ฉันผ่านมาได้ ด้วยความระมัดระวัง อดทน และรอคอยอย่างใจเย็น

ผ่านแยกทองหล่อด้วยความอาลัย ถ้าไบค์เมตอยู่ด้วยจะชวนนางแวะหาอะไรอร่อยๆ กินสักหน่อย เข้าเขตพระโขนง ตั้งแต่หน้าโรงเรียนศรีวิกรม์เป็นอีกย่านที่ต้องดูดีๆ ค่อนข้างมืด ชอบแอบมีหลุมข้างทาง สถานการณ์รถติดไม่แน่นอนและมีการเร่งเพื่อให้ทันไฟเขียว ตอนจะผ่านแยกพระโขนงนั้น ฉันเห็นรถพับ Java สีแดงคันหนึ่ง คนปั่นเป็นผู้ชาย เพิ่งเห็นชัดเมื่อเขาปั่นแซงฉันบนสะพานพระโขนง (ในท่าทางไม่เหนื่อยสักนิด) ว่าน่าจะไม่หนุ่มแล้ว แต่ดูแกร่ง และเรี่ยวแรงดีมาก ศีรษะที่ถูกปกปิดด้วยผ้าบัฟก้มให้ฉันอย่างสุภาพ ฉันไม่ได้ปิดบัฟ ยิ้มตอบไปอย่างไร้ลีลา ด้วยความนับถือ

เจอหนุ่มบนรถพับอีกคันเมื่อเลี้ยวเข้าซอยอ่อนนุชแล้ว หนุ่มคนนี้ก็แรงดีมาก เขาลัดเลาะผ่านช่องเล็กช่องน้อย และพุ่งไปข้างหน้าเหมือนไม่ได้ปั่นรถพับ และราวกับว่ารถพับมันไม่ได้หน้าไวจนควบคุมยากอย่างที่ฉันเคยรู้ัสึก ช่วงกลางถนนอ่อนนุช ฉันพบแก๊งค์นักปั่นติดไฟปั่นตามกันเป็นแถวอีกตามเคย รู้สึกจะ 2 กลุ่ม เพื่อนร่วมเลนกับฉันที่เป็นจักรยานแม่บ้านก็พบได้เป็นระยะ ล้วนแต่ไม่มีไฟและอุปกรณ์สะท้อนแสง (เอ เมื่อไหร่ BKKWheels จะเริ่มแจกแถบสะท้อนแสงนะ)

ที่จริงแล้วถนนที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้มีประชากรจักรยานแฝงตัวอยู่ไม่น้อยเลย รู้สึกอบอุ่นเมื่อพบว่าฉันไม่ได้ปั่นกลับบ้านคนเดียวซะหน่อย ถ้าเกิดอะไรขึ้น คงจะช่วยดูแลกันได้บ้างละมั้ง

🙂

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s