จักรยานฝึกฉันให้เชื่อง (2) : ซีอาน เมืองที่ผู้คนปั่นจักรยานอย่างงดงาม

มาตรฐาน

image

ก่อนรู้จักอัมสเตอร์ดัมก็รู้มานานแล้วว่าเมืองจีนคือนครรัฐแห่งจักรยาน เคยเห็นรูปจักรยานเป็นร้อยๆ เต็มพื้นที่ถนนนครปักกิ่ง แต่นั่นก็นานมาแล้ว ได้ข่าวใหม่ว่าจีนเดี๋ยวนี้มีเศรษฐกิจเฟื่องฟู ผู้คนเปลี่ยนมาขับรถเก๋งคันโตโชว์ฐานะจนทำให้เกิดปัญหาจราจรและมลภาวะ ได้ยินอีกด้วยว่าเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ในบางช่วงของปีมีฝุ่นและมลพิษเยอะจนผู้คนไม่มีโอกาสเห็นฟ้าใสๆ เลย

จึงค่อนข้างทึ่งเมื่อมาถึงซีอาน นครหลวงบุร่ำบุราณที่เฟื่องฟูมาตั้งแต่ก่อนยุคจิ๋นซีฮ่องเต้ (260-210 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นเมืองใหญ่ของภูมิภาค ดูได้จากการมีสนามบินนานาชาติใหญ่โตถึงสามเทอร์มินัล โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ (ตามที่คนขับแท็กซี่บอกเราในขากลับ) ตั้งอยู่บนเส้นทางจากสนามบินเข้าเมือง ถนนสายกว้างที่นำเราเข้าสู่เมือง สองข้างทางเป็นกลุ่มตึกรามสำหรับอยู่อาศัยสูงปรี๊ด สะพานลอยคนข้ามใหญ่โต (ใครว่ามีแต่เมืองไทยที่ใช้สะพานลอย คราวนี้ฉันได้เถียงแล้ว) สะพานลอยแถวนี้ บางจุดเป็นทางลาดทั้งหมด บางจุดเป็นขั้นบันไดที่ขอบซ้ายและขวาเป็นทางลาด เชื่อว่าสำหรับจูงจักรยานข้าม ถนนเส้นนี้พามาลอดเข้าสู่กำแพงเมืองที่ล้อมอยู่สี่ทิศ เข้าสู่ความเจริญวัฒนาของห้างสรรพสินค้าใหญ่โต รอบวงเวียนใหญ่ของ Bell Tower ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของกำแพงเมืองนั้น ถูกล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าทุกทิศ

โซนนี้สะพานลอยไม่มีแล้ว กลายเป็นทางข้ามถนนใต้ดินพร้อมทางลาดสำหรับจูงจักรยานตรงด้านข้างแทน

บนถนนขวักไขว่ไปด้วยรถรานานาชนิด รถบัส รถเมล์ รถส่วนตัวที่มีทั้งปอร์เช่ คาเยน เมร์เซเดส บีเอ็มดับเบิลยู โฟล์กสวาเก้น และยี่ห้อกลางๆ อย่างโตโยต้า ฮอนด้า ร่วมกับ ..กรี๊ด จักรยานนานาชนิด ถ้าไม่นับพวกจักรยานไฟฟ้า และสกูตเตอร์ไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า (ไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลกันเลย?) แล้ว มีตั้งแต่จักรยานแม่บ้านเก่าโทรม จักรยานวินเทจสวยๆ จักรยานทัวริ่ง จักรยานพับ ทั้งยี่ห้อดังในบ้านเราและยี่ห้อท้องถิ่น และที่จับตาที่สุดก็คือเสือภูเขาเท่ๆ ที่คนเท่ๆ เขาปั่นกันไปทั่วเมือง (คือที่จริงปั่นจักรยานอะไรก็เท่ แต่ฉันรู้สึกว่าคนบนเมืองในนี้บนเสือภูเขาดูเท่เกินหน้าเกินตาเป็นพิเศษ)

แม้บนถนนใหญ่ๆ บางเส้นจะไล่ให้จักรยานไปใช้ทางคู่ขนาน แต่ในทางปฏิบัติ ดูเหมือนพลพรรคจักรยานเมืองซีอานยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าตามสบาย ไม่ว่าจะเป็นบนทางเท้า ท้องถนน ในวงเวียน ทุกคนเปลี่ยนเลนไปมาอย่างเย็นใจ ในสปีดของตัวเอง (ว่ากันว่าเทคนิคคือให้ไปช้าๆ แล้วคนขับรถยนต์จะหลบให้เอง) โดยไม่มีหมวกกันน็อค แว่นกันลม หรือถุงมือปั่นจักรยานเป็นอุปกรณ์บังคับเหมือนที่บ้านเมืองบางแห่งซึ่งไม่ได้ใช้จักรยานมากถึงสักครึ่งหนึ่งของที่นี่พยายามรณรงค์กันให้มี ให้ใช้ เพื่อความปลอดภัย ไม่มีทั้งไฟ และอุปกรณ์สะท้อนแสงแพรวพราว เครื่องเคราเพียงสิ่งเดียวบนตัวรถที่ดูจริงจังที่สุดคือ “กระดิ่ง” เสียงดังกังวานที่ดีดกันแทบตลอดเวลา โดยมีถุงมือหนังและผ้าปิดปาก (ไม่ใช่ผ้า Buff) กันจมูกปากชาที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศา เป็นออปชั่น

คงเป็นเพราะว่าเขาใช้จักรยานกันจริงจัง ไม่ได้แค่ปั่นออกกำลังกาย ปั่นตามเทรนด์ (แม้ตามทางขึ้นเขาซงซานวัดเส้าหลินฉันจะเห็นกลุ่มนักปั่นทัวริ่งอุปกรณ์ครบอยู่บ้าง) เขาใช้เป็นพาหนะพาตัวเองไปไหนๆ ตามที่ต้องการ แต่งกายตามที่พวกเขาสะดวก ไปคนเดียวบ้าง ไปคู่บ้าง กลุ่มบ้าง ไปแบบตัวเบาๆ บ้าง ขนของบ้าง และขนได้เยอะเกินกว่าที่คิดเสียด้วย จักรยานสำหรับเขาแล้วจึงเป็นราวอวัยวะที่ใช้ในการเคลื่อนที่ พาร่างกายไปไหนต่อไหน (ต่อให้เป็นคนไม่มีขา ฉันเห็นยังมีจักรยานสามล้อที่ใช้มือถีบเป็นพาหนะประจำตัว)

หน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองซีอานจะรู้ไหม ว่าสำหรับผู้ผ่านมาเช่นฉัน การเฝ้าดูลีลาการถีบสองล้อให้เคลื่อนไปข้างหน้าในเมืองที่มีกฎจราจรเฉพาะตัว ไม่เหมือนใครในโลกนี้ เป็นความงดงาม เป็นธรรมชาติ และน่าประทับใจเหลือเกิน
image

image

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s