Monthly Archives: ตุลาคม 2013

ดอกไม้ ผีเสื้อ และเธอผู้ไม่เชื่อในรัก

มาตรฐาน

image

1. ดอกไม้:
ได้รับรู้เรื่องราวของเพื่อนคนหนึ่งแล้วฉันสงสัยว่า ทำไมความรักจึงสำคัญกับคนเราขนาดนี้ ใช่เพราะความรักจากคนอื่นทำให้เรารับรู้ถึงการมีตัวตนของตัวเอง เช่นที่แสงอาทิตย์สาดมาให้ดอกทานตะวันรับรู้การมีตัวตนของตัวเองจากเงาที่ทอดลงบนพื้นไหม หรือที่จริงไม่มีสาเหตุอะไรซับซ้อนไปกว่าดอกทานตะวันถูกสร้างมาให้ติดตามแสงอาทิตย์ เช่นเดียวกับที่เราถูกสร้างให้ติดตามความรัก

เธอเล่าให้คนไม่รู้จักฟังว่า เธอรู้สึกอ้างว้างเพราะขาดความรักมาตั้งแต่เล็กๆ แม้จะเติบโตในครอบครัวที่มีพ่อแม่พี่น้องพร้อมหน้า แรกๆ ยังไม่เข้าใจตัวเองนักว่าชีวิตขาดอะไรไป จนโลกเริ่มเป็นสีชมพูเพราะมีรุ่นพี่มาจีบ เธอพบว่า ใช่แล้ว สิ่งที่ต้องการคือมีคนรักและครอบครัวที่กระชับอบอุ่นเป็นของตัวเอง

แต่แล้วเพราะระยะทางที่ต้องห่างกัน เขาก็ทิ้งเธอไปมีใครอีกคน ความฝันสวยๆ ที่แขวนอย่างง่อนแง่นก็ถล่มลงมาพร้อมกับโลกทั้งใบ เธอหมดกะจิตกะใจจะดูแลตัวเองให้สวยงาม ผอมน่ารักเหมือนเคย น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเป็นสิบกิโลคงหนักน้อยกว่าความเครียด วิตกกังวล และความเศร้าที่โถมทับใส่ สุขภาพจิตเริ่มมีปัญหา เธอนอนไม่หลับ จำไม่ได้ กินไม่หยุด นอนไม่ได้ จนเพื่อนต้องพาไปพบจิตแพทย์ รอดจากวิกฤตนั้นมาได้ด้วยฤทธิ์ยาแก้อาการซึมเศร้า จากนั้นดูเหมือนเธอต้องพึ่งพิงมันตลอดมา

ความรักมาทักทายอีกครั้ง เป็นรุ่นพี่ในที่ทำงานแห่งเดียวกันที่คบเธออย่างสวีตหวานนานถึง 8 ปี ก่อนจะลงเอยด้วยการแต่งงาน เธออุ้มท้อง แต่หลังจากคลอดลูก สามีก็เริ่มถอยห่าง หลังๆ ความห่างก็กลายเป็นความเย็นชา จนเธอสงสัยว่าความรักมันคงจะหมดช่วงโปรโมชั่น แต่ก็พยายามประคับประคองชีวิตคู่ตลอดมา จนกระทั่งพบว่าเขามีผู้หญิงอีกคน ไม่ได้เพิ่งมี มีนานแล้ว และดูรักกันมาก แม้ว่าต่างฝ่ายจะมีครอบครัวแล้วก็ตาม

นอกจากลูกสาววัย 6 ขวบก็เหมือนชีวิตนี้ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ปัญหาที่มีมาตลอดชีวิตที่เธอไม่กล้าบอกเล่าให้ใครฟังถูกระบายสู่คนแปลกหน้า มันทำให้เธอเบาอกโล่งใจขึ้น เมื่อฉันกลับไปหาเธอถูกจังหวะ และเพราะระยะห่างของเราที่ไม่ได้ใกล้ชิดกันมากนัก เธอจึงบอกเรื่องนี้ให้ฉันรับรู้ด้วย ฉันยินดีที่เธอผ่านช่วงที่เลวร้ายที่สุดมาได้โดยยึดความรักลูกเป็นที่พึ่่ง

2. ผีเสื้อ:
ผู้หญิงคนหนึ่ง มอบ 8 ปีในชีวิตของเธอให้กับผู้เป็นสามี ไม่มีสาเหตุอื่นใดซับซ้อนไปกว่าเธอรักเขา คู่ชีวิตผู้มีความคิดอ่านและจังหวะจะโคนที่สอดคล้องต้องกัน ชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบจนไม่มีใครกล้านึกถึงวิธีที่มันจบลง อย่างฉับพลันและช็อค โรคภัยพรากลมหายใจของเขาซึ่งเคยเป็นของเธอ เหตุการณ์นี้ยากจะตั้งตัวรับมือ ฉันเองก็คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร แค่ให้นึกถึงการรักผู้ชายคนหนึ่งได้มากขนาดเธอ ฉันยังนึกไม่ออกเลย

คู่ชีวิตของเธอเป็นคนสำคัญ ผู้คนมองเขาเป็นเหมือนไม้ใหญ่ที่เห็นได้แต่ไกล ตัวเธอเองเป็นเหมือนไม้เล็กๆ ที่ยืนต้นเคียงกับไม้ใหญ่ เธอเคยเป็นของเขา เมื่อเขาจากไป ผู้คนยังคงหวังให้เธอยังคงเป็นของเขา เธอรู้ได้ เช่นเดียวกับที่เธอรู้ได้ว่าเขาผู้จากไปย่อมหวังให้เธอได้ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีสุข และงดงามเช่นเมื่อเธอยังมีเขา

ผีเสื้อสีดำ ปีกงามราวกำมะหยี่คือสิ่งที่เธอได้เห็นอยู่เรื่อย สองปีกกระจ้อยร่อย ที่ต้องออกแรงกระพือถี่ยิบจึงจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ทีละน้อยทีละนิด เธอคิดว่าเธอเป็นเหมือนผีเสื้อตัวนั้น เธอมีเรี่ยวแรงจำกัด หากต้องการบินข้ามบึงใหญ่แห่งความเศร้า เพื่อจะใช้ชีวิตที่กลับมาเป็นของเธอเองอีกครั้งให้เร็วที่สุด ต้องบินไปข้างหน้าเท่านั้น การเวียนวน แวะอยู่กับสิ่งล่อตาล่อใจ อาจทำให้ผีเสื้อหมดแรงบินก่อนถึงอีกฝั่งของบึง

ใช่ ความรักเป็นความรู้สึกชั่วคราว แต่กับใครบางคน เรารู้ว่าเราจะรักเขาเสมอ ไม่ว่าเราจะรักใครอีกกี่คน เราก็ยังคงรักเขาคนนั้นอยู่เสมอ ผีเสื้อน้อยมีแรงบิน เพราะเธอรู้ว่าความรักระหว่างเธอและสามีจะยังคงอยู่เสมอ ในที่สุดเธอก็ถึงฝั่ง ตั้งต้นใหม่ ลุกขึ้นยืนบนขาของตัวเอง ยิ้มให้กับชีวิต สวยงาม และกลับมามีความรักอีกครั้ง

3. เธอผู้ไม่เชื่อในความรัก:
ระหว่างบทสนทนาที่ฉันทบทวนถึงความสัมพันธ์ผิดพลาดกับผู้ชายคนแล้วคนเล่าให้เธอฟัง เพื่อนสาวของฉันก็โพล่งขึ้นว่า เธอไม่เชื่อในความรัก

เธอทำฉันอึ้ง

เธอขยายความว่าคนเราที่สุดแล้วก็ทำทุกอย่างเพราะรักตัวเอง ที่รักเขา ทำดีกับเขา ก็เพราะอยากให้เขาย้อนกลับมารักเรา ฉันนึกเรื่องจะเถียงเธอไม่ออก บอกไม่ถูกว่าอะไรคือความรักแบบที่ยังคงอยากจะให้ไปโดยที่แม้เขาไม่ตอบแทนความรู้สึกกลับมา เราก็ยังอยากจะรักเขาอยู่อย่างนั้น

เพื่อนย้ำอีกว่า ที่ฉันเสียอกเสียใจกับผู้ชายที่จากไปแล้วขนาดนี้ก็เพราะฉันคิดว่า ฉันดีขนาดนี้แล้วเขาก็ยังไม่เลือกฉันได้ไง ฉันดีขนาดนี้เขายังทิ้งฉันได้ยังไง

สุดท้าย มนุษย์ก็รักตัวเองนั่นแหละ เธอสรุป

มีส่วนจริง ฉันยอมรับ ฉันเสียใจเพราะเสียเซลฟ์ที่ครั้งหนึ่งเขาเป็นฝ่ายเข้ามาหาฉันตามแรงดึงดูดที่ฉันมีต่อเขา แต่ที่สุดเขาก็พบว่าฉันไม่ใช่แบบที่เขามองหา เขาจากไปหา “คนที่ใช่” ฉันเสียใจที่สุดท้ายแล้วฉันกลายเป็น “คนที่ไม่ใช่” แต่ฉันก็เสียใจด้วยที่ระหว่างที่เราคบกัน ฉันไม่ได้รักเขาพอจะทำดีตอบ ให้สมกับสิ่งดีๆ ที่เขามีให้ฉันตลอดมา ฉันเสียใจกับเวลาที่เสียไปของเรา ฉันเสียใจที่เขาไม่บอกลาฉันอย่างเป็นทางการ และฉันยังเสียใจอีกด้วยที่ยังไม่พร้อมจะเป็นเพื่อนกับเขา รวมทั้งคนที่ใช่ของเขา

ความรักและความสัมพันธ์มันซับซ้อนเกินกว่าจะสรุปออกมาเป็นชาร์ตสั้นๆ ฉันได้แต่พยายามอธิบายให้เพื่อนเข้าใจว่า ฉันรู้เพียงแต่ว่าความรักมีอยู่จริง ฉันเชื่อในความรัก และฉันรู้แล้วว่าความสัมพันธ์ทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการรักตัวเอง รักให้มากขึ้นในบางกรณี และรักให้น้อยลงในบางกรณี

ความขมขื่น เจ็บปวด ซ้ำซาก ที่เราได้เรียนรู้จากความสัมพันธ์จะเป็นแรงผลักดันให้เราทุกคนเป็นเหมือนผีเสื้อกระจิดริดที่รีดพลังจากทั่วสรรพางกาย ขยับปีกอันบอบช้ำ บินพาตัวเองออกไปจากห้วงทุกข์ เมื่อนั้นแล้ว เราทุกคนจะแกร่งขึ้น เติบโตขึ้นอีกขั้น

แม้จะทำให้เจ็บปวดบ้าง แต่ความรักยังทิ้งร่องรอยอันงดงามไว้ในใจเราเสมอ

ฉันเชื่อว่าสักวันเพื่อนสาวคงมีโอกาสได้สัมผัสกับความพิเศษของความรัก และความสัมพันธ์เช่นกัน

ขอขอบคุณ แรงบันดาลใจจาก ‘ผีเสื้อที่บินข้ามบึง’ โดยอุรุดา โควินท์

Advertisements

on reading: เมื่อพระคือคนที่ใช่ และสีกาคือใครคนนั้น

มาตรฐาน

image

ขอยอมรับอย่างหน้าเชิดว่า นิยายรักโรแมนติกเล่มนี้ขายตัวเองให้ฉันด้วยพล็อตรักระหว่างพระกับสีกา

เรื่องแบบนี้ใครจะไม่สนใจ!

ฉันซื้อมาอ่านเพราะอยากรู้ว่าเรื่องแบบนี้จะจบยังไง และระหว่างการเดินทางสู่บทจบก็ได้พบว่า เอ้อ ความรักระหว่างพระกับสีกาก็เน่าเท่าความรักของคนธรรมดา หากแต่นี่เป็นเรื่องรักเน่าๆ ที่ยกระดับสติปัญญาและวุฒิภาวะในการรักของผู้อ่านไปในตัว ด้วยการสอดแทรกหลักธรรมคำสอนในศาสนาอย่างชัดเจน และแนบเนียนพอประมาณ จะว่าไปก็เป็นการสอนให้เข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่หัดศึกษาธรรมด้วยการยกตัวอย่างที่โคตรเป็นรูปธรรมนั่นเอง

คนเราเข้าวัดเพราะมีความทุกข์ ไม่ค่อยมีใครไปวัดเมื่อกำลังสำลักความสุข ความทุกข์มันกัดกินจิตใจให้ผุกร่อน อ่อนแอ น่วม และห่อเหี่ยว พร้อมจะดูดซับยาแก้พิษ ถ้าไปเจอยาแก้พิษที่ดี รักษาแผลหาย จิตใจก็จะแกร่งขึ้น และคงจะพูดได้ว่าชีวิตดีขึ้นเพราะมีทุกข์ ถ้าไม่ทุกข์จนสุดขีด ก็คงไม่ได้เรียนรู้เพื่อให้เข้าใจความเป็นไปของโลกตามที่ศาสนาสอน

ผู้หญิงคนหนึ่งทุกข์เพราะผัว หันหน้าเข้าวัด เพื่อจะพบว่าพระอาจารย์คือคนรักเก่าที่หายหน้า พระเองก็ยังมีหัวจิตหัวใจเป็นคน และยังไม่ลืมรักครั้งนั้นที่มีเหตุต้องหายหน้าจากกันไปโดยยังไม่ได้เคลียร์ให้กระจ่าง เอายังไงล่ะทีนี้ ยังหนุ่มยังสาวกันด้วย

ศาสนาพุทธสอนให้รู้จักครองสติ ไม่เฉพาะตอนเจอคนรักเก่าที่ยังมีใจให้เขามากมาย แต่ครองสติทุกขณะที่มีลมหายใจ กำกับสติเพื่อให้รับรู้และเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราเอง จะได้เลือกไปในทางที่ถูก ไม่เพริดไปในทางไม่เหมาะ และยังคงรู้ว่าเหมาะคืออะไร เป็นอย่างไร ที่ไม่เหมาะมันจะพาให้ชิบหายล่มจมอย่างไร

หนังสือเล่มนี้พูดถึง “รักที่เหนือกว่ารัก” คำเก๋ยังกะก็อปปี้โฆษณา แต่เป็นคำที่น่าสนใจ และฉัน ผู้เชื่อแล้วว่าความรักมีจริง แม้มันจะเป็นเช่นความรู้สึกอื่นๆ คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ครั้งหนึ่งมันก็เคยมีจริง

ฉันเชื่อโดยไม่มีข้อกังขาว่า “ความรักที่เหนือกว่ารัก” ก็มีอยู่จริง

มีคนออกตัวแทนผู้เขียนว่าเธอยังเป็นมือใหม่ทางวรรณศิลป์ ด้วยความเคารพ ฉันไม่เห็นมีอะไรอ่อนด้อย จะมีก็แต่ตัวสะกดผิดพร้อยไม่สมราคาหนังสือ

สำหรับผู้เขียนที่ฉันเพิ่งรู้จัก ที่จริงเธอกล้าเขียนเรื่องแบบนี้แล้ว ถ้ากล้าจบให้ท้าทายกว่านี้ ฉันว่าเธอคงดัง

เสียดายถ้าไม่ได้ทำ

มาตรฐาน

image

หรือสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เป็นสัปดาห์แห่งการเปิดใจ?

ฉันเปิดใจคุยกับผู้ชาย 3 คน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของฉันกับพวกเขา มีทั้งการปิดจ็อบ สะสางความสัมพันธ์ที่จบไปแล้ว และเปิดจ็อบ เสนอ proposal ใหม่ซิง เพื่อพิจารณาเริ่มความสัมพันธ์ครั้งใหม่

การตัดสินใจเปิดอกพูดเรื่องความสัมพันธ์ที่จบไม่ค่อยสวยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องทำใจให้กว้าง ใจเย็น อดทน และไม่หวั่นไหวต่อความจริง แต่มันก็ให้ผลคุ้มดี เพราะทำให้เกิดมิตรภาพจากความเข้าใจ ทั้งเข้าใจกันระหว่างฉันกับพวกเขา และได้เข้าใจตัวเอง

ฉันเป็นผู้หญิงแปลกที่ยังมีคนมาชอบ แต่ที่จริงแล้วยิ่งกว่าความแปลก ฉันเป็นคนมีปัญหาด้วย จะว่าเพราะอยู่คนเดียวมากไป มีโลกส่วนตัวชัดเจนรัดกุมเกินไป หรือเป็นตัวของตัวเองมากไป เจ้าอารมณ์ ดื้อรั้น ไม่ยอมใครง่ายๆ  (แม่ยังเคยบอกว่าฉันมีนิสัยชอบ ‘ข่ม’ ผู้ชาย) หรือจะด้วยความเป็น perfectionist ที่คาดหวังความสมบูรณ์แบบที่สุดจากผู้ชายที่คบเสมอ (กับตัวเองไม่เป็นไรนะ ถือคติ nobody perfect) และอื่นๆ อีกมากมาย

ปัญหาประดามีของฉันนี่แหละ เป็นเหมืองกองกำลังกีดกั้นและขับไล่คนรักทุกคนออกไปไกลตัว จนต้องกลายเป็นคนโสด โดดเดี่ยว เช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

เป็นการพูดคุยหลากรสหลายอารมณ์ กับชายคนแรก ทำให้ฉันเสียน้ำมูกน้ำตาจนปวดหัว ปวดใจกับการบอกเล่าซื่อๆ ของเขา ซึ่งฉันทำอะไรไม่ได้ นอกจากยอมรับและเคารพ อย่างน้อยเขาก็ให้อภัยกับวีรกรรมทางอารมณ์ที่ฉันได้สำแดงเดชไปนับครั้งไม่ถ้วน

กับอีกคนหนึ่ง อดีตรักที่เก่าแก่กว่า เขาผู้นี้บอกว่ารักฉันเสมอมา แม้ฉันจะร้ายกาจใส่แค่ไหนก็ยังเข้าใจ แม้ทุกวันนี้ก็ยังไม่ลืมที่จะคิดถึงกัน คำพูดเหล่านี้น่าจะทำให้รู้สึกดี แต่ฉันฟังแล้วรู้สึกผิด ฉันร้องขอการให้อภัย เขาให้มันในทันที

เป็นธรรมดาที่หัวใจคนเราจะอิ่มพองและแข็งแรงขึ้นเมื่อรู้ว่ามีคนรัก คำพูดของชายที่ฉันไม่ได้เลือกพอช่วยเยียวยาอาการบอบช้ำจากคำพูดของชายที่ไม่ได้เลือกฉันได้บ้าง แต่ฉันก็ยังไม่อาจเริ่มต้นใหม่กับเขาอยู่ดี

คนเรา ทำได้ก็แค่ปรับ ไม่อาจเปลี่ยนธาตุแท้ของตัวเอง

ระหว่างเคลียร์กับสองเคสเก่า ฉันคั่นกลางด้วยเคสใหม่ จะว่าไปก็เป็นการเสี่ยงยิ่งกว่ากรณีปกติของการชวนผู้ชายมาคบกัน (คนทั่วไปเรียกว่า ‘ขอผู้ชายเป็นแฟน’) ตรองดูจากปัจจัยบีบรัดต่างๆ แล้ว ก็คิดว่าน่าจะลองเสี่ยงดู ถ้าเขาไม่โอเค ฉันก็คงแค่ทำใจ แต่ถ้าฉันไม่ได้พูดครั้งนี้ อาจไม่มีโอกาสอีกเลยในชั่วชีวิต

ก็ตลกดี เพราะเรารู้จักกันมานานแสนนาน และฉันก็บอกตัวเองมาเสมอว่าแค่มีเขาเป็นเพื่อนตลอดไปก็พอใจแล้ว แต่วันหนึ่งเกิดคิดขึ้นมาได้ว่า แล้วถ้ามีเขาเป็นทั้งเพื่อนและคนรักในเวลาเดียวกันล่ะ ชีวิตจะดีแค่ไหน?

คงไม่มีคำตอบถ้าไม่มีคำถาม

เขาตกใจ แต่ขอบใจที่ฉันถาม และขอคิดก่อนตอบ

แรงบันดาลใจ แรงเชียร์หรือแรงผลักดันที่ทำให้ฉันตัดสินใจถามไปมาจากคำพูดของ ศศิน เฉลิมลาภ คนจริงคนหนึ่ง ผู้ลงทุนเดินเท้า 388 กิโลเมตร จากป่าแม่วงก์สู่ใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อบอกกับโลกรู้ผ่านเฟซบุ๊คว่า คนธรรมดาๆ อย่างเขาตั้งใจที่จะคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์จริงๆ ไม่ใช่แค่ลมปาก

ในรายการ ‘คนค้นฅน’ เทปที่ถูกระงับออกอากาศ ศศินยอมรับว่าไม่รู้หรอกว่าจะชนะไหม แต่แม่สอนมาให้ลองทำให้เต็มที่ก่อน ถึงแพ้ก็ยังได้ชื่อว่าพยายามสู้เต็มที่แล้ว ดีกว่าไม่ได้ใช้ความพยายามทำอะไรเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมาเลย

ฉันเองในตอนนี้ก็ได้ใช้โอกาสอย่างเต็มที่แล้ว ไม่ว่าคำตอบจะเป็น yes, no หรือ OK อย่างน้อยฉันก็ได้ทำสิ่งที่จะ ‘เสียดายถ้าไม่ได้ทำ’ ไปแล้ว

และกำลังรอคำตอบด้วยความเคารพ