การเดินทางของคุณลุงโกวิท

มาตรฐาน

image

Car-free day อาจไม่ใช่วันปั่นจักรยาน แต่ได้เห็นคนใช้จักรยานปั่นไปโน่นมานี่มาอย่างเสรีในเครื่องทรงแบบต่างๆ และสไตล์หลากหลายของรถอย่างในวันนี้ก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก อยากให้ทุกวันเป็นแบบนี้ อย่างน้อยรถจะได้ติดน้อยลง ผู้คนมีน้ำใจ โอภาปราศัย เย็นๆ และคุยกันง่ายขึ้น เช่นที่คนปั่นจักรยานส่วนใหญ่เป็นกัน

วันนี้ฉันปั่นจักรยานนิดเดียวพอชื่นใจ ไปใส่บาตรตอนเช้า  ไม่ได้ปั่นออกจากบ้านไปร่วมกิจกรรมในวันไม่ใช้รถเหมือนที่คิดไว้เมื่อสองอาทิตย์ก่อน เพราะว่าตั้งใจจะขึ้นรถไฟฟ้าไปลงสถานีหมอชิต เดินสมทบกับขบวนคัดค้าน EHIA เขื่อนแม่วงก์ ที่หัวขบวนเดินเท้ามาตั้งแต่เขื่อนแม่วงก์ เพื่อแสดงออกถึงการคัดค้านการสร้างเขื่อนแห่งนี้

ฉันเสียดายป่า และไม่คิดว่าวิธีการจัดการน้ำ(อย่างฉลาด)ที่ได้ผลดีมีแค่การสร้างเขื่อน อยากทำอะไรมากกว่าแค่บ่น ก็เลยคิดว่าไปเดินดีกว่า

บนรถไฟฟ้าโบกี้สุดท้าย ฉันเห็นจักรยานเสือหมอบยี่ห้อ TREK เพียงคันเดียว ออกจะน้อยสำหรับวันคาร์ฟรีเดย์ที่บีทีเอสให้จักรยานขึ้นฟรี แต่ไม่แน่ว่าพวกเขาจะกระจายตัวกันในโบกี้อื่นๆ คงได้แค่แอบมองอย่างชื่นชมคุณลุงเจ้าของรถอยู่ห่างๆ  ถ้าไม่มีคุณแม่ลูกสองก้าวขึ้นรถมา ฉันสละที่นั่งให้แล้วย้ายไปยืนพิงผนังใกล้จักรยาน เห็นคุณลุงมองมาก็ยิ้มให้ แล้วนึกอย่างไรไม่รู้ ถามไปว่าคุณลุงจะไปปั่นคาร์ฟรีเดย์ที่สนามหลวงหรือ

คุณลุงตอบกลับมาน่าทึ่งมาก ว่าไปปั่นคาร์ฟรีเดย์ที่สมุทรปราการเรียบร้อยแล้ว ได้ตั้งห้าพันคน เยอะทีเดียว แล้วนี่วันนี้บีทีเอสให้ขึ้นฟรี ก็เลยจะไปเดินเล่นที่สวนจตุจักรหน่อย ฉันเลยบอกมั่งว่ากำลังจะไปลงสถานีหมอชิตเหมือนกัน เพราะว่าจะไปสมทบกับขบวน บลาๆๆๆ ลุงบอก เออ งั้นผมไปเดินด้วย

แล้วเราก็คุยกันสนุก คุณลุงโกวิท บอกว่าในเว็บไซต์ Thaimtb แกคือ “อาจารย์โก” บ้านอยู่บางน้ำผึ้ง (ว้าว! ตลาดบางน้ำผึ้งที่เราเคยไปปั่นมาแล้วไง) มีรถ 3 คันคือคันนี้ ที่เป็นเสือหมอบ ใช้ทำความเร็ว มีเมาเทนไบค์สำหรับขึ้นภูเขา และทัวริ่ง สำหรับเดินทางไกลๆ

คุณลุงวัยเท่าไหร่ไม่รู้ (คนปั่นจักรยานเดาอายุยากจริงๆ ฉันเองก็ไม่ได้ถามได้ แต่เดาว่าอาจจะเกษียณแล้ว จากระยะเวลาของการเดินทางทริปยาวๆ ของแก) ปั่นจักรยานมา 15 ปี และไปมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ พื้นที่สร้างเขื่อนแม่วงก์ก็ไปมาแล้ว คุณลุงออกความเห็นว่ามันไม่น่าสร้างหรอก ฉันสงสัยว่าเพราะอะไร แกบอกว่า มันได้ไม่คุ้มเสีย ป่าตรงนั้นดีมากๆ

แกบอกว่าในเมืองไทยไม่เหลือที่ให้แกปั่นแล้ว ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่แกปั่นรอนแรมไปไกลถึงมาเลเซีย (ไปทางเกาะลังกาวี) ไปเวียดนาม (โดยไม่ผ่านเขมร เพราะไปทางลาว) บอกได้ว่าคนเขมรน่ารักกับจักรยานมากกว่าเวียดนาม ไปหลวงพระบาง (ฉันรู้สึกเก๋กับการปั่นจักรยานไปถึงหลวงพระบางมากกว่าที่อื่นๆ) ด่านเจดีย์สามองค์นี่แกเพิ่งไปมา ฉันอุทานตอนนี้เพราะจำได้ว่าทางไปสังขละบุรีทั้งคดโค้งวกวนบนความชัน แค่เรานั่งโดยสารรถอย่างเดียวก็แทบอ้วกละ แกว่าแกเคยปั่นไกลที่สุดในหนึ่งวันประมาณ 150 กิโลเมตร

โอ คุณลุงเก่งจริงๆ

เมื่อฉันถามหาจังหวัดที่น่าอยู่ที่สุดในเมืองไทย คุณลุงบอกว่า น่าน เพราะที่นั่นเงียบ และสวยงาม

เราคุยกันเรื่องรถ เรื่องรถพับคันเล็กของฉัน ฉันบอกว่าเพิ่งเริ่มปั่น แต่มาติดใจรถพับที่มันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เสียแต่มันปั่นไม่ค่อยทันเพื่อน

จึงแอบดีใจที่ลุงไม่ได้เบ้ปากใส่รถพับเหมือนผู้ทรงประสบการณ์บนอานจักรยานอื่นๆ แต่เข้าประเด็นมาเลยว่า “หนูต้องไปหา Dahon P-18 มาใช้”

“ทำไมอะคะคุณลุง”

“เพราะมันมีจานหน้า 2 จานหลัง 9, 9×2 เป็น 18 ไงหนู”

อ๋อ หนูจะได้ปั่นทันเพื่อนใช่ไหมคะ 🙂

เราพบกันโดยบังเอิญ (ที่จริงคงไม่บังเอิญ) ได้คุยกันสั้นๆ และแยกจากกันที่ปลายทาง แต่นี่คงไม่ใช่การพบกันครั้งเดียวของเรา ฉันตั้งใจว่าถ้ากลับไปปั่นเที่ยวบางกระเจ้าอีกในสัปดาห์ที่คุณลุงไม่ได้ไปไหน จะไปรบกวนให้คุณลุงแนะนำเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม

เพราะว่าเรื่องราวของคุณลุงคือแรงบันกาลใจ คุยกับคุณลุงแล้วรู้สึกถึงศักยภาพ ขุมพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง (คงมีแหละ อาจจะเยอะ ใหญ่เท่าบ่อน้ำมันในอิรักเลยก็ได้!)

รู้สึกมีเรี่ยวมีแรง อยากปั่นออกไปเที่ยวไกลๆ บ้านบ้างยังไงก็ไม่รุ

Advertisements

2 responses »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s