รอลมหนาว

มาตรฐาน

image

รถพับคันแรกที่ได้มา ฉันพบว่ามีปัญหาที่โซ่ คือโซ่หลุดเรื่อย ตอนลงหลุม กระแทก และเจอคอสะพานในเกียร์หนักสุด ตอนที่เอาไปปั่นครั้งแรกโซ่ก็หลุดจนเฟรมพลาสติกที่ครอบกันโซ่ตรงจานถีบหลุดออกมา ยังไม่ได้หาของใหม่ใส่ก็เอาไปปั่นอีกหลายทริป ปั่นๆ (โซ่) หลุดๆ ก็ยังทนปั่น ครั้งสุดท้ายที่คิดว่าต้องหยุดปั่นแล้วเอาไปซ่อมก่อนคือ การทดลองปั่นจากบ้านมาทำงานครั้งแรก

ครั้งนั้นโซ่หลุดทั้งขาไปและกลับ ขาละหลายๆ รอบ ถ้าปั่นช้าๆ ชิลๆ แล้วหลุดจะไม่ว่าเลย แต่ดันหลุดตอนกำลังออกตัวจากสี่แยกงี้ ตอนกำลังปั่นขึ้นสะพานข้ามคลองพระโขนงอันสูงโด่งงี้

…ฉันว่ามันเสียวไปหน่อย

ตลอดมาก็พยายามหาช่างที่จะแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้ ดันไปเจอคนแรกที่ทำแป้ก แกดูๆ แล้วไม่รับซ่อม รีบบอกว่าแก้ไม่ได้หรอก เฟรมรถเธอมีปัญหา (#แค่นี้นะ) คนที่สองไม่ว่าอะไร แต่แกะระบบเกียร์ออกมาไล่สายใหม่ ดูเป็นเรื่องเป็นราวมาก บอกว่าเป็นการปรับตั้งให้ใหม่ ก็คิดว่า โอ้วปรับใหม่แล้วคงดีจะขึ้นสินะ แต่ปรากฏว่าไม่หาย คนที่สามก็ไม่ซ่อมให้ บอกว่าให้ไปหาชุดจานถีบใหม่เหอะ

ฉันพบข้อมูลและเตรียมจะปั่นไปหาน้องเซียนคนหนึ่งที่ทำรถพับอย่างเดียว ซึ่งดูจะเข้าใจและจัดการปัญหานี้ได้ หรือถ้าจัดการไม่ได้อย่างน้อยก็น่าจะบอกกล่าวให้ฉันเข้าใจว่าปัญหามาจากไหน ข้อจำกัดคืออะไร (บางทีก็แค่นี้แหละนะที่อยากรู้ ไม่ใช่ว่าอยากจะให้รถกลับมาดีเหมือนรถใหม่หรอก) แต่ก็ยังกริ่งเกรงว่าจะโดนจัดเต็ม จับทำทั้งคันเพื่อความสมบูรณ์แบบ ก็ดูแนวน้องเขาถนัดถอดเป็นชิ้นๆ แล้วประกอบเข้าไปใหม่น่ะนะ

ร้านจักรยานปากซอยบ้านเพื่อนสนิทเป็นร้านจักรยานใกล้ตัวที่ฉันยังไม่ได้ลอง ได้ยินเสียงลอยลมมาหลายหนละว่าช่างเก่ง แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเก่งของคนพูด เหมือนเก่งของฉันไหม เพื่อไม่ให้คาใจ ในวันที่ฉันนัดกับคุณน้องเซียนรถพับ บอกตัวเองว่าฝนตั้งเค้า คงไปไม่ถึงบ้านน้องเซียน แล้วฉันก็ชิงเอารถไปฝากซ่อมกับร้านนี้ก่อน ..ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

ทราบผลเมื่อหัวค่ำ เพื่อนส่งข่าวมาว่า ช่างเขาเห็นน็อตสำคัญตรงตะเกียบ (ตรงคำว่า Shimano น่ะ) หายไป เขาใส่ให้แล้ว และเพราะว่าปัญหาเกิดจากโซ่ ซึ่งเก่า และจับเข้ากับฟันตรงจานยาก เขาจึงเปลี่ยนโซ่เส้นใหม่ให้ และใส่เฟรมครอบกันโซ่ตกให้ เพื่อนบอกเบ็ดเสร็จจ่ายไป 350 บาท พร้อมกับสั่งห้ามไม่ให้ไปชอบช่าง ซึ่งหน้าตาดี ท่าทางจะแก่กว่าพวกเราไม่มาก และดูจะเก่ง (สเปคฉันเลย ช่างจักรยานเก่งๆ เนี่ย) เพราะว่า คุณช่างมีภริยาแล้ว!

ฝนตก ทำให้ต้องพับรถใส่รถเพื่อนกลับมาในบ่ายวันอาทิตย์ หลังจากนั้นฉันก็ยังลังเล กลัวว่าความจริงจะเป็นซ่อมไม่ได้ อ้างฟ้าอ้างฝน ไม่อยากให้รถเลอะ ขี้เกียจเช็ด แล้วก็เลยจอดไว้เฉยๆ

วันจันทร์ผ่านไป จนถึงเช้าวันอังคาร นอนฟังเสียฝนจนเลยเวลาควรตื่น ฉันก็ลุกล้างหน้าล้างตา เออ หมาดแล้ว เข็นรถกับข้าวของออกไปปั่นหาพระใส่บาตร

ถีบออกไปครั้งแรก ได้ยินเสียงแหม่งๆ จากข้างล่างที่ทำให้รู้สึกหม่นๆ แต่ก็ยังปั่นไปไกลเชียว มันคงสายมากแล้วจึงไม่เห็นพระเลย ไกลแล้วตอนที่รู้สึกว่าเสียงแหม่งๆ หายไป ฉันวนรอบบ้านเป็นวงใหญ่ขึ้นแล้วยังไม่เจอพระ จนต้องกลับมาเข้าซอยวัดที่อีกทิศหนึ่งของบ้าน ดักรอท่านเดินกลับวัด จึงได้ใส่บาตรสมประสงค์ และก็ไม่พบว่าตลอดทางมีโซ่หลุดแต่อย่างใด ที่น่าหวาดเสียวกว่าเป็นจังหวะที่มือหลุดจากแฮนด์ตอนตกหลุมใกล้ๆ ขอบถนนนั่นมากกว่า

รู้สึกดีมากกับการปั่นไปประมาณ 10 กิโลเมตร รอบๆ บ้าน (แม้แอพฯ จะบอกว่าทำความเร็วเฉลี่ยได้แค่ 14.x กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ใครแคร์คะ?) ได้เห็นซอกมุมแถวบ้านที่ไม่เคยสนใจมาก่อน รู้สึกดีกับแข้งขาและกล้ามเนื้อหัวใจที่ได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวแต่เช้า คำพูดปะเหลาะฉอเลาะของคุณป้าขายกล้วยน้ำว้าที่อุตส่าห์ชมรถฉันสวย แม่ค้าขายรองเท้าที่เอ็นดูแมวท้องโย้ตัวนั้น รวมทั้งพี่สาวคนหนึ่ง ซึ่งขี่มอเตอร์ไซค์มาเทียบฉัน เพื่อจะบอกว่า “น้อง เสื้อเลอะหมดแล้ว”

กลับถึงบ้าน polka dot ด่างๆ บนหลังตัวเองแล้วนึกอยากให้ลมหนาวมาไวๆ ฉันจะได้ปั่นไปไหนมาไหนแบบไม่เลอะเทอะ

แต่ระหว่างที่รอคอย ฉันก็จะซ้อมปั่นรอเธอไปเรื่อยๆ นะ คุณลมหนาว

Advertisements

2 responses »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s