วินาทีปัจจุบัน

มาตรฐาน

image

1.
ฉันเพิ่งได้ดูหนัง ทวิภพ เวอร์ชั่นที่ฟลอเรนซ์ วนิดา เฟเวอร์ นางแบบหน้าเก๋คนนั้นเล่นเป็นมณีจันทร์ เป็นทวิภพที่งดงามและให้ความรู้สึกเหมือนนั่งชมคอนเทมโพรารีแดนซ์ร่ายเล่าเรื่องราวในลีลาแอบสแตรกท์

มีความตอนหนึ่งที่ฉันติดใจไม่น้อย เมื่อมณีจันทร์ผู้ย้อนกลับไปในอดีตเปรยถามใครสักคน ว่า “วินาทีไหนคือปัจจุบัน” วันเวลาที่เธอจากมา หรือวันเวลาที่เธอกลับมา

วินาทีที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ เมื่อนาฬิกาเดินไปอีกวินาทีก็กลายเป็นอดีตเสียแล้ว

2.
สามวันต่อมา โชคชะตาพาฉันไปที่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ ตรงข้ามกับวัดอรุณราชวราราม จากระยะทาง ไม่ใกล้พระปรางค์อันงดงามนั้นนัก แต่ห่างพอจะเห็นความงามทางสถาปัตยกรรมอย่างกระจะตา ภาพบนหน้าต่างห้องพักทำให้ฉันอดนึกถึงฉากและเรื่องราวในทวิภพไม่ได้

ฉันมาถึงโรงแรมนั้นในเที่ยงวันฟ้าหม่น หลายชั่วโมงผ่าน ฟ้ายังคงหม่น ไร้วี่แววของแสงอาทิตย์สดใสที่จะมาช่วยแต่งภาพถ่ายให้งดงามบรรเจิดยิ่งขึ้น ฉันได้แต่รอเวลาได้เห็นองค์พระปรางค์ท่ามกลางแสงหลังจากพระอาทิตย์ยามเย็น แต่ไม่ละเลยที่จะบันทึกภาพตรงหน้าไปพลาง เวลาผ่านไป แสงเปลี่ยนไป รูปทรงและสีของเมฆเปลี่ยน กิจกรรมและชีวิตในแม่น้ำก็เปลี่ยนไป แต่พระอาทิตย์ไม่ได้ส่งแสงสุดท้ายมาประดับให้องค์พระปรางค์งามเจิดอย่างที่หวัง

มีคนบอกให้รอเวลากลางคืน เพราะภาพจะแตกต่างจากตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง

จริงด้วย พระปรางค์งดงามโดดเด่นในแสงที่สาดส่อง แม่น้ำดูเงียบลง กิจกรรมเอะอะคึกครื้นในแม่น้ำลดเสียงลง นานๆ จึงมีเรือท่องเที่ยวลำใหญ่ผ่านมา ลมเย็นหลังฝนยิ่งทำให้บรรยากาศดีขึ้น

ตอนนี้ละกระมัง เวลาที่ดีที่สุดที่จะชมความงามของมรดกสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ ฉันคิดก่อนจะรูดม่านปิดภาพนั้นก่อนนอน

เช้ารุ่งขึ้นฉันตื่นก่อนนาฬิกาปลุก รูดม่านเปิด พบพระปรางค์ที่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำซ่อนตัวเงียบอยู่ในความมืดสลัว ฟ้ายังมืดมัวซัวด้วยยังไม่ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น และเมฆฝน เขาปิดไฟตั้งแต่เมื่อไรหนอ

พลันภาพพระปรางค์ก็ตื่น เมื่อเรือข้ามฟากเริ่มขยับตัวเดินทางข้ามแม่น้ำ พร้อมๆ กับการมาถึงของเรือโยง ต่อด่วยฝนเช้าโปรยสาย

ไม่อาจปฏิเสธว่าภาพพระปรางค์ยืนหม่นในม่านฝน เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมต่างๆ รอบตัวนั้นไม่งดงาม

ที่แท้แล้วไม่มีวินาทีใดของวันที่พระปรางค์วัดอรุณไม่งดงาม ด้วยว่าแต่ละวินาทีมีหนึ่งเดียว ไม่มีวินาทีไหนเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นแล้ว

3.
ไม่ทราบว่าแม่มณีหาคำให้กับตัวเองได้หรือไม่ สำหรับฉัน ฉันบอกตัวเองว่า ปัจจุบันนั้นที่แท้แล้วอาจไม่มีจริง เพราะกว่าเราจะรู้สึกถึงปัจจุบัน จุดนั้นก็กลายเป็นอดีตไปแล้ว

ปัจจุบันไม่มีอยู่จริง อดีตเป็นความเลือนลาง ส่วนอนาคตนั้นก็คาดเดาไม่ได้

ถ้าลมหายใจที่มียังเป็นความจริง ยึดไว้แค่นี้พอละมั้ง

Advertisements

3 responses »

  1. “ปัจจุบันนั้นที่แท้แล้วอาจไม่มีจริง เพราะกว่าเราจะรู้สึกถึงปัจจุบัน จุดนั้นก็กลายเป็นอดีตไปแล้ว”

    ชอบ มาก…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s