เรื่องไม่บังเอิญ (2) : ฉันอยู่ตรงนี้

มาตรฐาน

image

คงเป็นคุณพระคุณเจ้ากับพลังขุมซึ่งไม่รู้ว่ามีอยู่จริงที่ช่วยผลักดันฉันให้มาถึงพิพิธภัณฑ์นกฮูกได้เช่นคนอื่น

5 สาว กับอีก 3 เพื่อนที่ตามมาสมทบที่จุดเริ่มต้นดูหมดสภาพใกล้เคียงกัน ทุกคนหน้าแดงแปร้ด ทำท่าจะปักหลักบริโภคน้ำหวานเป็นลิตร แล้วนั่งแช่ รอให้เกิดปฏิกริยากระตุ้นขีดพาวเวอร์ในตัวกระเตื้องขึ้น สักขีดสองขีดก็ยังดี

นั่งย้วยอยู่จนเขาบรรยายเรื่องนกฮูกจบ แล้วก็ชวนกันปั่นไปอีก 500 เมตร เพื่อไปกินข้าวที่ตลาดท่านา ..อ้าว ฉันกับเพื่อนที่มาดหมายจะเข้าไปชมบรรดานกฮูกสวยๆ ในพิพิธภัณฑ์เลยอด เพราะหมดเวลาชม

ก่อนลงถนนมีน้องชายใจดีเรียกฉันให้หยุด เขาดูโซ่ให้ พบว่ามันคงยานจริงจากสปริงตีนผีเสื่อม ทำการหมุนทวนเข็มนาฬิกาที่สรูบริเวณนั้นพร้อมกำกับให้ปั่นไปแบบประคอง ถึงที่แล้วค่อยแวะเข้าร้านซ่อมจักรยานให้ช่างจัดการ

ปั่นตรง ลงสะพานโค้งเป็นเส้นรอบวงลูกแตงโม ก็พบว่าตัวตลาดท่านาตั้งอยู่ขวามือ ตรงปลายสะพาน เป็นตลาดดั้งเดิมของชุมชน ริมแม่น้ำนครชัยศรี แม่น้ำสายนี้เรียกกันหลายชื่อตามท้องถิ่นที่ไหลผ่าน  ดูเหมือนป้ายตรงนั้นเขาไม่ได้เรียกแม่น้ำในชื่อนี้และฉันก็ไม่ได้ถ่ายรูปมา แม้แต่ทุ่งนาสีสวย ข้าวที่ออกรวงแล้ว นกแปลกๆ ทิวกอกล้วยริมคันนา ตะแบกที่กำลังออกดอกสวยมากต้นนั้น สะพานเหล็กกับเส้นโค้งงดงาม ที่มองเห็นจากสะพานทอดข้ามแม่น้ำนครชัยศรีมาตลาดท่านานี้ รวมทั้งฝูงปลาสวายใหญ่โตว่ายโชว์ลีลางับอาหารที่คนโปรยให้อยู่ริมน้ำ ก็ยังไม่ได้หยุดเพื่อจะถ่ายรูป เพราะเกรงจะถ่วงเวลาของขบวน กระทั่งกลิ่นของสองข้างทางยังแทบไม่มีสมาธิจะแยกแยะและจดจำ นับประสาอะไรกับการถ่ายรูปตัวตลาดแบบที่เคยถ่ายไปแปะอวดเพื่อนในมัลติพลาย/เฟสบุ๊ค

เป็นตลาดที่น่าสนใจ สมควรมีเวลาเดินให้ละเอียด เพื่ออ่านประวัติศาสตร์และความเป็นชุมชนแถวนี้ ซึ่งก็คงต้องเป็นโอกาสหน้า เพราะเรามีเวลาหาข้าวกินกับหาของซื้อไม่ถึงชั่วโมงก็ต้องไปต่อแล้ว

สถานการณ์ในขากลับดีขึ้น ฉันกำกับสติให้อยู่กับตัวทุกขณะที่ปั่น พยายามไม่คิดว่าเหนื่อยกับการปั่นล้อเล็กๆ ให้ทันล้อใหญ่ๆ น่าจะมาพร้อมรถที่พร้อมกับระยะทางและการเดินทางมากกว่านี้? รถอะไรดีล่ะ? แล้วคันนี้จะเอาไว้ไหน? ยังไม่เข็ดอีกหรอ? ไหวป้ะ? เมื่อไหร่จะถึงวะ? ฯลฯ เรียกจิตเรียกใจให้มาอยู่แค่ ณ ตอนนี้ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เลือกไม่ได้ หายใจเข้า หายใจออก …ฉันอยู่ตรงนี้.. แล้วก็ปั่นไป

พลังงานวุ้นเส้นผัดไทยหวานที่รับเข้าร่าง และอนาคตอันสดใสว่าปลายทางขยับเข้าใกล้มาทุกทีทำให้มีกำลังใจแน่วนิ่งในการปั่นมากขึ้น ขบวนของเราแวะพักหลายจุด มีตรงหัวรถจักรที่ริมทางรถไฟ และพิพิธภัณฑ์เจษฎา ผู้คนอันล้นหลามทำให้ไม่สะดวก ไม่อาจชมซอกมุมของแนวคิดการออกแบบอย่างละเอียด แถมยังไม่ค่อยชอบถ่ายรูปตัวเองคู่กับรถคนอื่น ฉันจึงปลีกตัว ระหว่างจับกลุ่มเม้าท์รอเข้าห้องน้ำตามองไปเห็นเมฆดำลอยมาชักหวั่นใจมากกว่า ว่าเช้านี้รอดฝนมาได้ แล้วบ่ายนี้เราจะรอดไหม

ปรากฏว่าไม่รอด

เราไปติดฝนกันที่สวนกล้วยไม้แห่งหนึ่งอยู่ราวครึ่งชั่วโมง ดูซิ แม้แต่ชื่อก็ยังไม่รู้ (แต่เชื่อว่าถ้าได้กลับไปจะจำได้) เจ้าของสถานที่ใจดีเหลือเกิน เอื้อเฟื้อทั้งที่พักจักรยานหลบฝน และที่หลบฝนสำหรับคน เมตตาหาน้ำเย็นๆ มาให้เราด้วย ถ้าถามกันว่าความเป็นไทยคืออะไร ฉันเชื่อว่าน้ำใจคือหนึ่งในความเป็นไทย ลองสืบถามดู หลายประเทศในโลกไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก

ฝนทำท่าจะอ้อยอิ่งอยู่อีกนาน ในที่สุดชาวคณะจึงตัดสินใจปั่นฝ่าฝน ไม่น่าเชื่อเลย เสื้อกันฝนที่ฉันใส่ครั้งสุดท้ายเมื่ออายุเท่าไหร่ก็จำไม่ได้ถูกนำมาสวมอีกครั้งในบ่ายวันอาทิตย์ต้นเดือนสิงหาคม ที่สวนกล้วยไม้แห่งหนึ่งในเขตอำเภอนครชัยศรี เพื่อที่จะปั่นจักรยานฝ่าฝนกลับไปยังพุทธมณฑล

คนอย่างฉันเนี่ยนะ?

ใครช่วยบอกทีว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องบังเอิญ?

หมายเหตุ : ในภาพคือส่วนหนึ่งของเพื่อนสาวผู้กระตือรือร้น เราหยุดรอเพื่อนในขบวนมาสมทบกันที่ริมทุ่งนานิรนาม ก่อนฝนตก

Advertisements

3 responses »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s