โลกหมุนเชื่องช้าบนอานจักรยาน

มาตรฐาน

image

ฉันมีความผูกพันกับจักรยานอยู่บ้าง แม้ไม่มีภาพในความทรงจำว่าขี่จักรยาน 2 ล้อเป็นกับคันไหน ขณะอายุเท่าใด

ในบ้านของเรา แม่ฉันมีจักรยานเฟสสันขนาด (ล้อ) 24 นิ้วอยู่คันหนึ่ง แรกเลยมันถูกใช้เป็นพาหนะพาตัวแม่และน้องชายคนเล็กไปตลาด ตะกร้าและสองแฮนด์ของรถคันนี้นำกับข้าว ขนม และหนังสือการ์ตูนโดราเอม่อนที่ฉันใช้เป็นแบบเรียนหัดอ่านกลับมา จักรยานของแม่อยู่กับครอบครัวเรานานสักสิบปีเศษ มันจบชีวิต (ถ้าจักรยานมีชีวิต) ไปในกองเพลิงที่เผาผลาญบ้านเราที่เชียงใหม่ ห้องแถวไม้บนถนนเจริญประเทศ ที่มีห้องข้างๆ เป็นร้านซ่อมจักรยาน ใกล้วันคริสมาสต์ ปีที่ฉันจากบ้านไปเริ่มชีวิตนักศึกษาแถวๆ ทุ่งรังสิต

กับรถคันนี้ ฉันเคยปั่นที่บ้านในซอย ม.แกะสลัก ตอนนั้นก้นยังไม่ถึงอาน ล้อ 24 นิ้ว เป็นรถคันโตมากนะสำหรับเด็กกระเปี๊ยก

ก่อนไฟไหม้บ้าน 2-3 ปี แม่เริ่มใช้มอเตอร์ไซค์ มันเบาแรงกว่า จักรยานจึงถูกจอดนิ่งๆ ชีวิตหลังจากเกิดเรื่อง แม่ไม่ได้หาจักรยานคันใหม่มาทดแทน

สมัยเรียนมหา’ลัย เมื่อย้ายมาเรียนริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วใครบางคนก็สร้างแรงบันดาลใจกับฉัน เพื่อนผู้ชายเงียบๆ เรียบร้อยในคณะที่ขี่เสือหมอบสีฟ้า (ฉันไม่น่าจำผิด) มาจากหอพักชายของมหา’ลัยแถวๆ สวนดุสิต ฉันมองเขาอยู่เรื่อย รู้สึกศรัทธาในรอยยิ้มเงียบๆ ความอิสระ เป็นตัวของตัวเอง และก็อาจจะสภาพการจราจรสมัยรถไฟฟ้ายังไม่ตั้งไข่ รถราที่ติดแสนติด รถเมล์ก็แน่นเป็นปลากระป๋อง ชวนให้โดดเรียนเรื่อยเพราะเกียจคร้านจะเดินทาง

หลังจากได้ทุนอะไรสักอย่างเป็นเงินก้อนหนึ่ง ฉันจึงนำไปซื้อจักรยานเสือภูเขาสนนราคาหลายพันบาทอยู่ โดยมีความคิดห้าวหาญว่าจะไม่ง้อรถเมล์ และไม่แคร์การจราจรบนท้องถนนแล้ว เะราะฉันจะขี่จักรยานของฉันมาจากหอพักหญิงในซอยงามดูพลี (ไกลกว่าเส้นทางจากหอพักชายเยอะเลย) มาอาบน้ำบนตึกกิจฯ แล้วก็เรียน แล้วเย็นๆ ค่ำๆ ก็ขี่กลับ

..เป็นการกระทำที่หลายคนอึ้ง ผู้ปกครองไม่รับทราบ ตัวฉันเองก็ไม่ทราบว่าขี่ไป-กลับได้อย่างไรตั้งหลายวันโดยไม่ถูกเพื่อนร่วมถนนสอย หรือตกหลุมตกบ่อไปเสียก่อน เพิ่งมาเริ่มกลัวหลังเจอของจริง จากนั้นก็จอดพักจักรยานที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อคันนั้นไว้ แล้วในที่สุดก็ยกให้รุ่นพี่ชายคนหนึ่งไปเฉยๆ อาจเพราะสงสารจักรยานที่แทบไม่เคยได้เคลื่อนออกจากที่

เวลาผ่านไปสักยี่สิบปี ใครหลายคนก็สร้างแรงบันดาลใจให้ฉันอีก ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อต้นฤดูใบไม้ผลิในปี 2010 ทั้งโอซาก้า โกเบ เกียวโต และโตเกียว ผู้คนขี่จักรยานสัญจรไปมาเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนที่พวกเขาก้าวเข้าออกประตูรถไฟฟ้าหลายประเภทในเครือข่ายการคมนาคม ภาพสาวญี่ปุ่นในเสื้อกันหนาวขนเป็ด เลกกิ้งสีดำ ผ้าพันคอ และรองเท้าบู๊ตส้นสูงสีดำบนหลังอาน มุ่งมั่นปั่นจักรยานแม่บ้านขณะพ่นควันขาวออกจากลมหายใจในตอนเช้าที่ยังไม่สว่างดี ฉันคิดว่าไม่มีอะไรจะหยุดเธอได้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศหรืออุปสรรคบนเส้นทางข้างหน้า

ประทับใจ

หลังจากนั้นสองปี เพื่อนใกล้ตัวชวนไปมองหาจักรยานพับสำหรับขี่ออกกำลังกายประจำวัน เธอกำลังห้าว อยากขี่จักรยานมาทำงาน โดยใช้รถไฟฟ้าเป็นเครื่อทุ่นแรง ฉันจับจักรยานแม่บ้านญี่ปุ่นแบบมีเกียร์แล้วชอบ แต่ก็หยุดไว้แค่นั้น ก็ฉันอยู่ตึก จักรยานแม่บ้านคงจะใหญ่ไปหน่อยสำหรับการขึ้นลงตึกและสถานีบีทีเอส อีกอย่าง ถ้าตัดสินใจซื้อเลย ฉันมิต้องปั่นกลับบ้านจากวิภาวดีรึ? เพื่อนไม่ได้ขับปิ๊คอัพนะ

จนมาเจอคันนี้ ที่รุ่นน้องใกล้ชิดแนะนำให้ เป็นจักรยานพับ (มารู้ขนาดล้อเมื่อซื้อมาแล้วว่า 16 นิ้ว) มือสองจากญีั่ปุ่น น้องบอกเป็นรถน่าใช้ ฉันไปดูของแล้วยอมรับว่าลังเล ฉันเอง ดูจักรยานไม่เป็น แถมตอนนั้นรถยางอ่อน ลองปั่นนิดหน่อยไม่อาจบอกได้ว่าถูกจริตหรือไม่ แต่ก็ตัดสินใจซื้อเพราะคนขายเป็นคนกันเอง และน้องจะเอารถมาส่งให้ที่บ้านด้วย

พอพาขึ้นลิฟต์ จอดหน้าห้อง ฉันตั้งชื่อเลย ว่า minion หาน้ำมันมาหยอดแล้วซักซ้อมการพับ ตื่นเต้นกับทริปแรกที่เพื่อนจะมารับไปขี่จากสวนหลวง ร.9 ไปบึงหนองบอน

หลังจากเพื่อนสูบลมให้เราก็เริ่มการเดินทาง ติดขัดบ้างในช่วงแรก แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แค่เฟรมวงกลมครอบจานถีบแตกออกมาทำให้โซ่หลุด 2 หน ดึงเฟรมนั้นออกไปแล้วก็ปั่นไปได้อย่างราบรื่น

เป็นเช้าที่สดใสในฤดูฝน ผู้คนในสวนยิ้มแย้ม มีความสุข ฉันสูดลมหายใจออก แล้วเข้า แล้วออก ขาก็ปั่นไปข้างหน้า รู้สึกตื่นเต้นเหมือนขึ้นหลังอาน ถีบจักรยานเป็นครั้งแรก

ประสาททุกส่วนในร่างกายตื่นและเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ผิวสัมผัสแดดอ่อนอุ่นๆ ส่องผ่านเมฆครึ้ม ลมเย็นๆ ช่วยระบายความร้อน จมูกได้กลิ่นหอมของดินและต้นไม้ กลิ่นราชาวดีที่ประตูสวน ดอกกระถินณรงค์ริมบึง ดอกนนทรีย์ที่เกาะกลาง ซากเน่าเหม็นของร่างที่เคยมีชีวิต ควันรถ กระทั่งกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ยังอ้อยอิ่งหลังเจ้าของบนอานมอเตอร์ไซค์จากไปแล้วตั้ง 30 เมตร และกลิ่นเฉพาะตัวของน้ำจากบึงที่ลมพามา

ฉันเพิ่งเคยเห็นนกพิราบบินเป็นฝูงเหนือบึง นกกระยางสีขาวยืนนิ่งรอกินปลา อีกาขนดำปลาบที่ไม่เคยโจมตีดังที่เรากลัว นกเขา นกกระจิบกัีบธุระในรังบนต้นหูกระจง

โลกเชื่องช้าบนอานจักรยานนั้นเป็นราวประสบการณ์ในโรงภาพยนตร์สี่มิติระบบเสียง Dolby Atmos

มีความสุขง่ายๆ ในวันที่ร่างกายมีแรงปั่น-ฉันคิดอย่างนั้น

Advertisements

One response »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s