on reading : ผักชี ใบหอม โหระพา สะระแหน่ และแรงดึงดูด

มาตรฐาน

image

“…ความเมตตากรุณาและการให้อภัยต่อผลกรรมนั้น ไม่ใช่พระเจ้าดอกที่ให้ได้ คนเราเองต่างหากที่สามารถให้สิ่งเหล่านี้แก่กันได้…ข้อความนี้ฝังอยู่ในสำนึกของฉันนับตั้งแต่แปลเรื่อง โอม มณีปัทเม หุม…”

ไม่ได้สังเกตมาก่อนว่าหนังสือ “ดวงตาแห่งทิเบต” (อ่านอยู่ ยังไม่จบซะที) ที่น่าจะได้มาจากบูธสำนักพิมพ์สารคดี ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีไหนสักปีนั้น แปลโดย “สีมน”

แต่เนื่องจากเช้าวันหนึ่ง ลืมตาแล้วมองเห็นหนังสือ “ผักชี ใบหอม โหระพา สะระแหน่” โดยสีมน ซึ่งได้มาจากบูธสำนักพิมพ์สารคดี งานสัปดาห์หนังสือฯ ตั้งแต่ปี 2548 (ได้มาจะสิบปีแล้วยังไม่ได้อ่าน!) นอนมองอยู่พักนึง แล้วก็ลุกขึ้นรื้อออกมาจากกอง (แบบว่าจัดให้ตัวเองนอนข้างกองหนังสือที่วางเรียงขึ้นไปเป็นตั้ง พิงผนังเอาไว้) กะว่าจะอ่านเสียที

สีมน เป็นนักแปล อันนี้คุ้นชื่ออยู่ แต่ยังไม่เคยโดนกับงานแปล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานเขียนของเธออย่างจริงจัง จะจัดได้ว่าฉันเวอร์จิ้นกับตัวตนของสีมนเถอะ ได้รู้จักครั้งแรกผ่านหนังสือเล่มนี้ที่เธอเคยเขียนเป็นตอนๆ ลงสตรีสาร (โอ้แม่ ชีวิตสะใภ้ไทยในเยอรมันตั้งแต่สตรีสารยังมีอยู่-ตั้งแต่เยอรมันตะวันออกยังมีอยู่เลยเหอะ!) จึงค่อนข้างทึ่งกับฝีมือทำกับข้าวของเธอ แม้จะไม่เคยชิมแต่แค่อ่านวิธิที่เธอจัดการกับกระบวนการปรุงอาหารไทยในครัวฝรั่ง รับมือลูกค้าที่จะแห่กันมากินอาหารไทยซึ่งจัดโปรแกรมไว้แค่วันเดียวในสัปดาห์ ฉันก็เชื่อว่า สีมนทำอาหารอร่อย เธอใจเย็น และเข้าใจการปรุงอาหารไทยอย่างดี

สิ่งที่ทำให้ฉันชอบเธอ ผ่านตัวหนังสือที่แม้ได้อ่านยังไม่มากเลยก็คือ เธอเป็นคนเข้าใจโลก มีใจคอกว้างขวางราวกับมหาสมุทร แล้วยังน้ำใจกับความเมตตาของเธออีก ในบทหนึ่ง เธอเล่าถึงความช่วยเหลือที่ได้ให้กับคู่รักหนุ่มเยอรมันกับสาวไทย ที่ต้องการสมรสกัน แต่ขาดล่ามผู้จะช่วยให้พิธีสมรสสมบูรณ์ขึ้นแล้วเธอได้ให้ความช่วยเหลือโดยไม่ขอรับค่าตอบแทน ทั้งยังพูดถึงการให้อภัยไว้อย่างจับใจ ดังที่ฉันคัดมาเริ่มต้นบทความนี้

Quote นั้นทำให้อยากอ่าน “โอม มณีปัทเมหุม” ที่สีมนแปล

ลงมือค้นหาด้วย google ในวันนี้ พบว่าร้านหนังสือมือสองแต่ละแห่งที่เคยโพสต์ขายไว้นั้นล้วนแต่ขายไปแล้ว ฉันผู้ซึ่งเชื่อเรื่องแรงดึงดูด (ก่อนเพื่อนรักคนหนึ่งจะเอาหนังสือ The Power มาให้อ่านซะอีก) จึงนึกอยู่ในใจ ถ้ามีบุญได้อ่าน ฉันคงได้อ่าน ว่าแล้วก็สงบใจลง

แป๊บเดียว เพื่อนคนหนึ่งที่เห็นข้อความที่ฉันโพสต์ถามร้านหนังสือก็โพสต์ตอบในหัวข้อเดียวกันว่า เคยเห็นเพื่อนอีกคนหนึ่งมีนะ ลองถามไปดูสิว่ายังอยู่ไหม

ฉันไม่รอช้า รีบถามเพื่อนถึง “ซอยเดียวกัน” ที่ฉันจองเขาไว้เป็นนานแล้ว และถามถึงหนังสือเล่มนี้ด้วย

รู้สึกตื่นเต้นกับแรงดึงดูดจังเลย

Advertisements

3 responses »

  1. Pingback: on reading: ตาที่สาม และชัมบาลา | once upon friday

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s