The Place beyond the Pines: แอคชั่น (ดราม่า) ฮีโร่

มาตรฐาน

The-Place-Beyond-The-Pines-22

เราแต่ละคนเหมือนต้นไม้เล็กๆ ที่เติบโตขึ้นมาใต้ร่มเงาของพ่อแม่

จะโตกับพ่อแม่ ถูกพ่อแม่ตายจาก หรือจะทิ้งไปแบบอื่น โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ พ่อแม่ก็ได้ทิ้งอิทธิพลสำคัญไว้กับชีวิตที่เหลือของลูกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เช่นใน The Place beyond the Pines ที่ฉันเสี่ยงไปดูเมื่อวาน

ที่บอกว่าเสี่ยงเพราะแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เลย ไม่ได้คลั่งไคล้ใครในบรรดานักแสดงนำ ไม่รู้จักและไม่เคยดูหนังของ Derek Cianfrance ผู้กำกับเรื่องนี้มาก่อน trailer ที่ดูไปเพื่อประกอบการตัดสินใจจะไปดูดีไหมนั้นแทบไม่ช่วยอะไร เพราะดูแล้วคิดว่าเป็นหนังแอคชั่น ซึ่งไม่ใช่แนว ดีที่เชื่อข้อความตรงไหนสักแห่งที่เขียนไว้ว่าเป็นหนัง “crime drama” ก็เลยลองเสี่ยงดู

โชคดีจากการเสี่ยง (ยิ้ม) หนังเรื่องนี้ให้ฉันทึ่งจัด เพราะไม่เคยได้ตระหนักซึ้งถึงความรักระหว่าง พ่อ-กับ-ลูกชาย ขนาดนี้ด้วยหนังเรื่องไหนมาก่อนเลย

มันไม่น่าจะใช่หนังที่ผู้หญิงดูสนุก นึกแบบนี้แล้วก็รู้สึกแก้มแดงๆ ที่ดันชอบใจวิธีการเล่าเรื่องของผู้กำกับ แม้ไม่ลืมที่จะพูดถึงผู้หญิง แต่มันไม่มีการคร่ำครวญ รีดหยดน้ำตาจากความระทมทุกข์เสียสละและความรักแบบไม่ต้องการสิ่งตอบแทน (บลาๆๆ) ของฝ่ายหญิง แต่เล่าเรื่องจากมุมมองของผู้ชายอย่างห้าวเป้ง ถ้าจะมีน้ำตา มันคือน้ำตาเท่ๆ ที่เกิดฉับพลันจากความรู้สึกประหลาดในส่วนลึกของหัวใจ หาใช่น้ำตาที่ถั่งโถม ทะลักออกมาจากความรู้สึกอัดล้นจนปริออกจากใจแบบหนังผู้หญิงบางเรื่องที่ค่อยๆ อัดความรู้สึกลงในหัวใจคนดู

ไม่แปลกเลยถ้าสาวๆ นั่งดูอย่างอึดอัด และเดินออกจากโรงมาด้วยความรู้สึกที่สรุปได้ว่า “ไม่ชอบ” ในขณะที่ฉันนั่งดูอย่างสนใจ อึ้งในตอนแรกกับโครงเส้นบางอย่างบนใบหน้าของ Ryan Gosling จากนั้นก็เริ่มสนใจการเล่าเรื่องผ่านบทที่เดาไม่ถูก การแสดงชั้นเลิศจากการตั้งใจทำงานกันทั้งนักแสดงและผู้กำกับ ลีลาแอคชั่นเป็นอย่างไรจะไม่ขอประเมิน เพราะไม่สันทัด แต่บอกได้ว่าทุกคนในเรื่องเล่นดราม่าได้อย่างน่านับถือ มุมกล้องที่ถ่ายทอดพิกัดความดราม่าก็แสนเจ๋ง บางทีแค่ดูเราก็รู้สึกเศร้าและเหงามากๆ แต่บางทีก็อยากจะอ้วกเพราะเครียดแทน

เป็นหนังที่เท่เหมือนงานแกะสลักหยาบๆ ที่ใช้ความความหยาบหรือความไม่สมบูรณ์นั่นแหละ บอกเล่าอะไรหลายอย่างกับความรู้สึกของคนดู

เสียงใครบางคนถามหลังหนังจบว่า หนังเรื่องนี้จะบอกอะไร(วะ)?

ถ้าจะฟังฉันตอบจริงๆ จากความรู้สึกส่วนตัว ฉันว่าหนังมันไม่ได้พยายามจะบอกเรื่องผลของการทิ้งขว้างลูกจนชีวิตหาดีไม่ได้ ต้องไปเป็นโจรปล้นแบงค์ การทำเกินกว่าเหตุหรือการคอรัปชั่น ปล้นเจ้าทุกข์ของตำรวจ ไม่ได้จะโพนทะนาว่าสังคมมันแย่ ฟอนเฟะ เด็กวัยรุ่นเหลวแหลก เด็กผู้ชายพี้ยา เด็กผู้หญิงแร่ด ฯลฯ อะไรเล้ย

ฉันรู้สึกว่ามันบอกกับฉันถึงความรักที่พ่อมีกับลูกชาย และลูกชายมีต่อพ่อ

ไม่ว่าพ่อจะเลวในสายตาของสังคมแค่ไหน ลูกชาย (ที่จริงลูกสาวด้วยนะ) ทุกคนก็ยังมองพ่อของตัวเองเหมือนมองฮีโร่เสมอ ถึงวันที่ได้เป็นพ่อบ้างจึงไม่ได้อยากเป็นอะไรมากไปกว่า “ฮีโร่” ในสายตาของลูก

The Place beyond the Pines คือหนังรักชัดๆ

หมายเหตุ:

The title is the English meaning of the city of Schenectady, New York, which is derived loosely from a Mohawk word for “place beyond the pine plains.” >>ตามนี้นะคะ

-อยากถามสาวๆ ที่ไปดูหนังเรื่องนี้มาตรงๆ ว่า ระหว่าง Ryan Gosling กับ Bradley Cooper คุณเลือกใคร

-ทึ่งกับ Dane DeHaan ที่เล่นเป็น Jason Glanton ไปหาข้อมูลเพิ่มพบว่าตัวจริงอายุ 27 และหล่อมาก

-คงต้องตามหาหนัง Blue Valentine มาดูแล้วสินะ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s