วันหนึ่งลูกก็โต

มาตรฐาน

IMG_20130408_112802

ฉันออกจากบ้านมาตั้งแต่อายุ 16-17 ปี

บังเอิญสอบเอ็นทรานซ์ติดตั้งแต่ ม. 5 แม่บอกให้เรียนเลย เพราะถ้าปีหน้าสอบไม่ติดจะให้เรียนรามฯ ฉันจึงจำใจต้องเก็บข้าวของจากเตียงนอนที่คุ้นเคย จากครอบครัว เพื่อน และหมาสองตัวของเรา รถไฟพาฉันกับบรรดาสัมภาระเดินทางออกจากเชียงใหม่มาไกลเรื่อยๆ ..ใครจะไปรู้ว่าเมื่อจากมาแล้วฉันจะไม่ได้กลับไปอยู่บ้านหลังนั้นอีก

ปีแรก ณ ทุ่งรังสิตฉันจำตัวเองว่าได้ผ่ายผอมผิดหดหู่จนผิดรูปไปด้วยความเหงา คิดถึงบ้าน และคิดถึงแม่ เพื่อนก็ช่างร้ายกาจ ไม่มีใครสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกันสักคน อีกสองคนที่สอบติดกรุงเทพฯ ก็เรียนโน่น สามย่าน

ไฟไหม้บ้านเมื่อฉันกำลังเรียน ปี 1 ในเทอมที่ 2 รู้ข่าวแล้วแข้งขาอ่อน แทบจะพับลงไปในตู้โทรศัพท์สาธารณะ ตกใจเหลือเกิน ฉันจะทำยังไงดี ถ้ากลับบ้านตอนนี้จะไปอยู่ที่ไหน ผู้ใหญ่บอกให้ฉันอยู่กับที่ ตอนนี้แม่และน้องๆ ปลอดภัย ทุกคนได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน และครอบครัวของเพื่อนฉัน และน้ากำลังขึ้นไปรับแม่และน้องของฉันกลับไปตั้งหลักที่สุราษฎร์ฯ ใกล้หมู่ญาติของเรา

หลังจากนั้น พวกเราแม่ลูกย้ายเข้า-ออกบ้านอีกหลายหลัง แต่ใครจะรู้ว่าฉันไม่เคยรู้สึกว่ามีหลังไหนเป็นบ้าน เหมือนบ้านที่เชียงใหม่ หลังที่ไม่มีอยู่แล้ว

การเป็นแม่ม่ายผัวตายตั้งแต่ลูกยังเรียนไม่จบ แต่กัดฟันเลี้ยงดูลูกที่ร้ายกาจสามคนจนทุกคนเรียนจบปริญญาตรี มีงานทำเป็นหลักแหล่ง เลี้ยงปากท้องตัวเองได้ทั้งๆ ที่ตัวเองเรียนหนังสือไม่ได้เท่าครึ่งหนึ่งของลูกนั้น ต้องยกย่องว่าแม่ของฉันประเสริฐเท่าที่คนเป็นแม่คนจะเป็น แม่ไม่เคยปลดระวางตัวเองจากภาระของความเป็นแม่ ยังคงดำรงตนเป็นแม่ของลูกน้อยๆ เสมอ แม้เมื่อลูกสาวคนโตมีอายุเลยวัย 30

ทุกครั้งที่กลับบ้านของแม่ ซึ่งบอกได้ว่าไม่บ่อยนัก แม่จะเอาผ้าออกมาให้เลือก จากนั้นก็ตัดเป็นกระโปรงบ้าง เดรสง่ายๆ บ้าง กางเกงบ้าง ให้ฉันกลับมาใส่ที่กรุงเทพฯ บางทีก็เย็บผ้าถุง ปลอกหมอน หมอนข้าง ผ้าปูที่นอน และแทบจะทุกครั้ง แม่จะทอดปลาอินทรีเค็มใส่ถุงให้ฉันกลับมากินที่แหล่งพำนัก แห่งที่ฉันจัดให้เป็น “บ้าน” ของตัวเองไปแล้ว แม้มันจะเป็นแค่ห้องเล็กๆ ที่เรียกว่าคอนโด ชายขอบกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตามฉันไม่ได้รบกวนแม่ด้วยเรื่องจุกจิกเหล่านั้นมาพักใหญ่ ไม่ใช่เพราะฉันทำเองได้แล้ว แต่เป็นเพราะแม่ทำงานพวกนั้นไม่ไหว แม่หยุดตัดเย็บ จักรเย็บผ้าตัวเก่งถูกพับ คลุม รุนไปเก็บในห้องหลังบ้านของแม่

วันแบบนี้ ไม่ว่าช้าหรือเร็วก็ต้องมาถึงอยู่ดี วันที่ลูกต้องพึ่งพาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลทะนุถนอมร่างกายกับสมองดีๆ ที่แม่กับพ่อให้มา ดูแลอาหารการกินไม่ให้มันมาบั่นทอนสุขภาพ ตัดเย็บ ซ่อมแซมเสื้อผ้า คบเพื่อนดีๆ คบผู้ชายที่ไม่หาภาระมาเพิ่ม ไม่ทำร้ายลูกของแม่ ทำงานให้ดีมีคุณภาพสมกับเป็นลูกที่แม่เลี้ยงดูมา

..มีหลายอย่างที่ต้องทำ แต่ก็ต้องทำ เพื่อให้แม่หายห่วงและได้พักผ่อนอย่างสบายใจบ้าง

วันนี้เป็นวันครบรอบ 38 ปีที่แม่ให้กำเนิดฉัน อยากขอบคุณแม่เหลือเกิน ที่แม่ไม่ทอดทิ้งเรา แต่อยู่ด้วย ให้อาหาร เลี้ยงดู และให้การศึกษาอบรมกับฉัน
เป็นแม่ที่ดีที่สุดของฉัน

ฉันสัญญาตรงนี้ว่าจะเป็นลูกที่ดี เป็นที่พึ่งให้คนอื่น และสัญญาว่าจะเขียนนิยายให้แม่ชื่นใจ อย่างน้อยสักเล่มหนึ่ง
ขอให้แม่เป็นกำลังใจให้ฉันเสมอแค่นั้นเอง

Advertisements

5 responses »

  1. รอดูม้อยทำตามสัญญาที่ให้ไว้ตรงนี้ (เรื่องเขียนนิยายให้ได้อย่างน้อยสักเล่มหนึ่งให้แม่ชื่นใจ) 🙂
    อยากจะบอกว่าเอาใจช่วย แต่กับเรื่องนี้…คิดว่าไม่ดีกว่า

    สัญญาตรงนี้ไม่ได้สำคัญกับใครเท่ากับตัวม้อยเอง ไม่ว่าจะมีกำลังใจอื่นมามอบให้หรือไม่มีก็ต้องทำมันให้ได้นะ

    เอาใจช่วยในเรื่องอื่นๆให้ราบรื่นไม่มาขวางความมุ่งมั่นทำตามสัญญานี้จ่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s