All Men are Created Equal

มาตรฐาน

KL13march 123

มาเลเซียเป็นประเทศที่ประกอบขึ้นจากชาติพันธุ์หลากหลาย มีตั้งแต่ชาวมลายู จีน อินเดีย ชนพื้นเมือง และประชากรแฝงจากนานาประเทศที่ไปลงหลักปักฐานทำมาหากิน ศาสนาประจำชาติแม้จะเป็นอิสลาม แต่ก็มีประชากรนับถือพุทธอยู่ถึง 1 ใน 4 และยังมีคริสต์ ฮินดู กับศาสนาอื่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่เคยตกอยู่ใต้การปกครองของเจ้าอาณานิคมอย่างโปรตุเกส ฮอลแลนด์ และอังกฤษ ซึ่งปกครองมาเลเซียยาวนานโดยมีญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาทในระยะเวลาสั้นๆ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์จากพื้นฐานวัฒนธรรมที่หลากหลายอยู่ร่วมกันได้อย่างไรโดยไม่ทะเลาะเบาะแว้ง? นี่เป็นสิ่งที่ฉันสงสัยอยู่ในใจ จนกระทั่งมาถึงวันที่พาไปชม Merdeka Square หรือลานเอกราช แล้วไกด์เล่าว่า ตนกู อับดุล ราห์มาน (Tunku Abdul Rahman) นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งคนแรก ผู้มีมารดาเชื้อสายไทย นำทีมเข้าขอเอกราชจากอังกฤษ แล้วก็ได้รับเอกราชจากอังกฤษในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1957 วันนั้นจึงกลายเป็นวันชาติมาเลเซีย ชาวมาเลเซียจะเฉลิมฉลองวันชาติกันที่ Merdeka Square นี่เอง โดยยังคง mission สำคัญอย่างหนึ่งของชาติตลอดมา คือการรวมเป็นหนึ่ง

ถ้าคุณไปไหนในกัวลาลัมเปอร์แล้วพบป้ายเลข 1 ลายธงชาติมาเลเซีย นั่นไม่ใช่ป้ายหาเสียง แต่เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญรณรงค์ “1 Malaysia” มาเลเซียเป็นหนึ่งเดียว

ฉันมาถึงที่พิกัดนั้นของโลกในวันที่มีเสาธงสูง 100 เมตรตั้งอยู่ บนนั้นไม่ใช่ธงยูเนียนแจ็คของอังกฤษ แต่เป็นธงมาเลย์โบกสะบัดปลิวลม เริงร่าอย่างมีอิสรภาพ ส่วนฐานเป็นภาพโมเสกจำลองเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของอิสรภาพแห่งประชาชาติมาเลย์ในครั้งกระโน้น

ฉัน ประชาชนไทย ผู้ชินกันอิสรภาพจนไม่เข้าใจว่าทำไมคนมาเลย์ถึงยินดีกับอิสรภาพขนาดนั้น (เขาขอกันดีๆ ไม่มีเสียเลือดเสียเนื้อเสียด้วยนะ) ประเทศของฉันมีพื้นฐานการบริหารเละเทะ โครงสร้างไม่แข็งแรง การศึกษาหรือนับวันจะเจริญถอยหลัง ย่อมอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมมาเลเซียอยากออกจากอ้อมอกของอังกฤษ อังกฤษออกจะเข้ามาวางรากฐานดีๆ หลายอย่างให้คนท้องถิ่นไม่ใช่หรือ หรือที่จริงแล้วคนอังกฤษโหดร้ายกับคนท้องถิ่น?? ไกด์สาวชาวปีนังเชื้อสายไทย-จีน-เวียดนาม บอกว่า “ไม่โหดร้ายค่ะ แต่มันเหมือน..” เธอหยุดคิดหาคำที่เหมาะสม “..เหมือนเราเป็นลูกจ้างร้านแห่งหนึ่งมาชั่วนาตาปี แล้ววันหนึ่งเราไม่อยากเป็นลูกจ้างแล้ว แต่อยากมีกิจการของตัวเองน่ะค่ะ”

คำพูดเธอกินใจฉัน จริงด้วย ทำงานให้นายจ้างย่อมไม่ภาคภูมิเหมือนบริหารกิจการของตัวเอง

ก่อนออกเดินทางไปกัวลาลัมเปอร์ ฉันไปดูหนัง Lincoln หนังดูยาก ส่วนใหญ่เป็นบทสนทนายาวยืด ภาษาเข้าใจยาก สำเนียงฟังยาก ชิงไหวพริบกันตลอดเรื่อง แถมยังเล่นกับลำดับเหตุการณ์ ตามสูตรแล้ว ดูหนังแนวนี้ในวันที่อ่อนเพลีย ฉันมักจะหลับ แต่ฉันไม่หลับเพราะอยากรู้ไปจนจบว่าเขาทำอย่างไรจึงเลิกทาสได้ ซึ่งก็เลิกได้จริงๆ ในปี ค.ศ. 1865

หลายครั้งในหนังมีการถามว่า เชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์เราเกิดมาเท่าเทียมกัน (ในสายตาของพระเจ้า) นั่นสินะ ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่เชื่อว่ามนุษย์เราไม่ว่าจะเกิดมาตรงจุดไหนของโลก ณ ชั้นวรรณะไหน (ยังมีอยู่หรือเปล่า?) ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน มีแม่ที่ปกป้องและรักเราเหมือนๆ กัน มีลูกที่แต่ละคนรักเลี้ยงดูอย่างทนุถนอมเช่นเดียวกัน (ถ้าฉันมีลูกก็คงรักลูกเหมือนคนอื่นแหละ) มีคนรัก และมีคนเกลียดเช่นเดียวกัน จึงไม่สมควรที่จะมีการดูถูกเหยียดหยามกันว่าเราสูงกว่าเขา และในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรต้องยอมยกให้ใครเพราะเชื่อว่าพวกเขามีความเป็นมนุษย์สูงกว่าเรา

ฉันรู้สึกแบบนี้ชัดๆ มาตั้งแต่ได้ดูหนัง The Helps ซึ่งเล่าเรื่องตอนที่ไม่มีทาสเหลืออยู่แล้วแล้ว แต่ยังมีการเหยียดสีผิวอย่างเข้มข้น แล้วมาจี๊ดเอาตอนดู Django Unchained ที่พี่ทาแรนติโน่ทั้งเฆี่ยน ทั้งตี ทารุณ ทำกับทาสให้เห็นกันแบบที่เราดูแล้วอยากจะร้องว่า “หยุดเสียทีเถอะ!”

วิกิฯ ไทยเล่าว่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ประมาณว่าไทยมีทาสเป็นจำนวนกว่าหนึ่งในสามของพลเมืองของประเทศ เพราะเหตุว่าพ่อแม่เป็นทาสแล้ว ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาสก็ตกเป็นทาสอีกต่อๆ กันเรื่อยไป เรียกว่าเป็นทาสกันตั้งแต่เกิด ต้องหาเงินมาไถ่ตัวเองจึงจะได้เป็นไท ไม่อย่างนั้นก็ต้องทำงานเป็นทาสไปตลอดชีวิต

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศ “พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย” เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 แก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ โดยให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่ออายุได้ 21 ปี ผู้นั้นก็จะเป็นอิสระ มีผลกับทาสที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 เป็นต้นมา และห้ามมิให้มีการซื้อขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีเป็นทาสอีก

ลึกๆ แล้วในพระราชหฤทัยของพระปิยะมหาราชมีแรงบันดาลใดที่ทำให้ท่านทรงริเริ่มและดำเนินการในการเลิกทาส ทั้งที่มิใช่เรื่องง่าย แถมยังเสี่ยง ด้วยมันเกี่ยวเนื่องกับฐานความมั่นคงทางอำนาจการปกครองของชนชั้นสูง ฉันไม่คิดว่ามีแค่เหตุผลของขั้นตอนพัฒนาให้บ้านเมืองของเราทันสมัย ไร้ทาสเหมือนฝรั่ง
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นแล้วที่ทรงพระราชทานความเป็นไทให้แก่คนไทย ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ประเทศชาติที่มีทาสมากถึง 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรจะเป็นอย่างไรในวันนี้

ทรงออก “พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124” ให้ลูกทาสทุกคนเป็นไทเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448

วันนี้เมื่อ 108 ปีที่แล้ว

Advertisements

One response »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s