Django Unchained : แด่อิสรภาพ

มาตรฐาน

รูปภาพ

 

-1-

คุยกับเพื่อนคนหนึ่งวันนี้ ถามเขาว่าเป็นยังไง เขาเล่าว่าพักนี้อากาศร้อน แต่ทะเลสวย เขาลงทะเลทุกวัน ตัวดำหมดแล้ว 

 

ฉันฟังแล้วบอกเขาว่าอยากมีอิสรภาพอย่างเขาบ้าง อิสระที่จะเดินบนทราย ฟังสายลม และอ้อยอิ่งกับน้ำทะเล

 

เขาบอกว่าต้องแลกเยอะนะ กว่าจะได้มา

 

ฉันเข้าใจดี จากจุดที่ฉันอยู่ ฉันพอรู้ว่าต้องแลกด้วยอะไรบ้าง แต่เท่าที่รู้ฉันยังแลกไม่ได้

 

 

-2-

อิสรภาพที่ฉันพร่ำเพ้อหาทำให้ฉันนึกถึงหนังเรื่องล่าสุดที่ได้ดูเมื่อวานซืน “Django Unchained” หนังออสการ์ที่สำหรับฉันแล้ว รางวัลที่หนังเรื่องนี้ได้ ไม่ได้ทำให้หนังน่าสนใจมากขึ้นไปกว่าความเป็นหนังเควนติน (Quentin Tarantino กำกับและเขียนเรื่องเอง) /เป็นหนังคาวบอย/และเป็นหนังเจมี่ ฟ็อกซซ์ (Jamie Foxx ซึ่งไม่ใช่เจ้าของรางวัลที่หนังได้รับ) นักแสดงที่ฉันชื่นชม และชอบชม 

 

 

-3-

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของทาส ที่เหมือนจะยอมรับในสถานะที่เป็นทาส แต่ลึกๆ แล้วก็ฝันอยากจะเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง ได้เป็นเสรีชนที่สามารถภาคภูมิใจในความเป็นคนของตัวเองได้เท่าเทียมกับคนอื่นในสังคมเดียวกัน

 

เควนตินทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ผ่านการกำกับให้เจมี่ ในบทบาทของแจงโก้ (ตัว D ไม่ออกเสียงนะจ๊ะ) ขี่ม้า

 

เจมี่ ฟ็อกซซ์ เป็นนักแสดงชายรูปร่างดีที่ขี่ม้าได้คล่องมากและยังสวยมากอีกด้วย ฉันยิ่งรู้สึกว่าเขาขี่ม้าได้เท่มากเมื่อเห็นเขานั่งหลังตรงสง่าบนหลังม้า ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านชาวเมืองที่มองมาอย่างกับเห็นตัวประหลาด เพราะในยุคนั้น บ้านนั้นเมืองนั้น ม้าไม่ใช่พาหนะของนิโกร

 

ใช่ ในหนังเขาเรียกกันแบบนั้นเลย นิโกร ยุคนั้นมันยิ่งกว่าการเหยียดผิว คนขาวยังค้าทาส ยังทำกับชีวิตคนดำเหมือนไม่ได้มีความเป็นคนเท่ากันอยู่เลย

 

แจงโก้ โชคดีได้เจอ ดร. ชูลท์ (Christoph Waltz เจ้าของรางวัลนักแสดงชายสมทบ) ที่มองเห็นและให้เกียรติในความเป็นของกับเขา ทั้งคู่จึงตกลงเป็นบัดดี้กัน ร่วมกันทำงานทำมาหากินด้วยการล่าหัวคนร้ายที่มีรางวัลนำจับ พร้อมๆ กับสืบหาเมียรักที่พลัดพรากไปของแจงโก้

 

 

-4-

เควนตินทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังบู๊โอเวอร์แอคชั่น เลือดสาดกระจาย และขำตลอดเวลา ตามฟอร์มของเขา ฉันสนุกนะ มันเป็นหนังแอคชั่นที่มีเรื่องราว และประณีต และเควนตินให้แจงโก้ปลดโซ่ตรวนของเขาสำเร็จในตอนท้าย (อย่าหาว่าสปอยล์เลย ชื่อหนังก็บอกแล้ว)

 

 

-5-

ภาพเจมี่ ฟ็อกซซ์ หรือจริงๆ คือแจงโก้ บนหลังม้านั้น สง่างามมาตั้งแต่ต้นจนปลายเรื่อง ฉันเห็นความภาคภูมิใจในตัวเองของตัวละครตัวนี้ทุกครั้งที่เขาขึ้นหลังม้า …นั่นใช่อิสรภาพหรือเปล่า ใช่อิสรภาพที่มีอยู่ แม้จะอยู่ในสถานะที่ไร้อิสรภาพ?

 

ถ้าหากว่าไม่มีใครกักขังเราจากความรู้จักตัวเอง รู้คุณค่าของตัวเอง ความรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรได้อย่างแท้จริง จะเรียกว่าเขากักกันอิสรภาพของเราได้อย่างนั้นหรือ?

 

หรือเป็นตัวของเราเอง ที่พันธนาการตัวเองไว้ด้วยการพร่ำบอกว่า เธอไม่มีอิสรภาพ?

 

 

 

หมายเหตุ

  • หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ชอบมากที่สุดในหนังเควนตินทุกเรื่องที่ดูมา
  • ดูแล้วอยากไปขี่ม้าเที่ยวอเมริกา
  • เจมี่ ฟ็อกซ์ เป็นคนผิวสีที่ขี่ม้าได้เท่ที่สุดเท่าที่เคยเห็น
  • คริสตอฟ วอลตซ์ คู่ควรกับรางวัลแล้ว
  • เควนตินกำกับฉากดราม่าเก่งกว่าที่รู้
  • ลีโอก็เล่นได้เจิดมากๆ  
  • แซมมวล แอล. แจ็คสัน เก่งมาก ฉันเกลียดตัวละครตัวนี้ตั้งแต่เห็นหน้าเลย
  • หนังยาวไปหน่อย หลังจากลุ้นสนุกมาจนถึงตอนยิงถล่มในบ้าน ฉันก็เกือบเงิบหลุดไป แต่ก็กลับมาได้ไวมาก ด้วยซีนห้อยหัว ทรมานแจงโก้
  • มีความรู้สึกว่าบทนางเอกของเรื่อง บางทีก็น่ารำคาญนิดๆ นะ

 

 รูปภาพ

Advertisements

2 responses »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s