ค่าของเงิน

มาตรฐาน

ฉันชอบถ่ายรูป

ตั้งแต่เริ่มใช้สมาร์ทโฟนบนแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นสนุกๆ เกี่ยวกับการถ่ายรูปมากมายให้เราเลือกโหลดมาใช้ฟรีๆ ฉันก็ถ่ายรูปด้วยกล้องจากมือถือหนักขึ้น บางช่วงถึงกับถ่ายทุกวัน วันละสิบๆ รูป

ทั้งๆ ที่สเปคกล้องของมือถือเครื่องนี้ไม่ดีอะไรเลย แต่ฉันยังสามารถถ่ายรูปแมว ดอกไม้ใบหญ้า ท้องฟ้า ตึกราม เพื่อน อาหาร และสิ่งของ แล้วก็โพสแชร์เพื่อนๆ ในโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างมีความสุข (โดยไม่ได้แคร์ว่าคนเห็นจะมีความสุขไปด้วยหรือไม่-อิอิ)

ใช้มาเกินปีครึ่ง มือถือเครื่องเดิมเริ่มแสดงออกถึงความเก่า สมองทำงานช้า หลายคราที่แฮงก์ ฉันจึงเริ่มมองหามือถือใหม่สำหรับมาถ่ายรูปให้สนุกยิ่งขึ้น

ไม่ต้องให้ใครมายุ ฉันก็อยากจะได้ iPhone 4S ที่มาพร้อมกล้องสเปคเทพ ซึ่งเครือข่ายโทรศัพท์ที่ฉันใช้อยู่ตั้งราคารุ่นต่ำสุดไว้ (สูง) ถึง 21,700 บาท

ราคาทำให้ลังเลอยู่บ้าง แต่ในคืนสุดท้ายก่อนงานโมบายเอ็กซ์โปจะเริ่มขึ้น ฉันตัดสินใจจะบอกกับตัวเองว่ามันคู่ควรกับฉัน เพราะฉันจะใช้คุ้มอย่างแน่นอน ที่สำคัญ ฉันมีเงินจ่าย

แต่ก่อนที่จะปิดทีวีและหลับไปนั้น ทีวีกำลังออกอากาศรายการหนึ่ง เล่าเรื่องเรียลิตี้ของคู่รักตาบอด ซึ่งรักและผูกพันกันมาก ฝ่ายชายจึงตัดสินใจพาผู้หญิงไปพบพ่อแม่ที่บ้าน ในวงกินข้าวพร้อมหน้านั้น แม่ฝ่ายชายเอ่ยปากถามถึงการทาบทามสู่ขอ

“แล้วทางโน้นเขาเรียกเท่าไหร่?” แม่ถามถึงสินสอด
“….” ฝ่ายชายเงียบ
“เรียกหมื่นห้าค่ะ” ฝ่ายหญิงเป็นผู้ตอบแทนอย่างอายๆ
“…งั้นผัดไปก่อนได้ไหม” แม่พูดเครียดๆ “ก็อย่างที่รู้ว่าน้ำท่วม ลำบาก เงินก็หายาก”

ฉันอึ้ง

ในวันที่ทองคำหนักหนึ่งบาทมีราคาแพงกว่าสองหมื่นบาท แพงพอๆ กับราคาสมาร์ทโฟนที่ฉันหมายตา คนคู่หนึ่งกลับต้องยืดวันเวลาที่จะได้ร่วมเรียงเคียงหมอน เพียงเพราะหาเงินให้ครบหมื่นห้าพันบาทไม่ได้ เงินหมื่นห้าพันบาทที่เอาไปแลกเป็นทองสินสอดได้ไม่เต็มสองสลึง

ค่าของเงินอยู่ที่ไหนกันแน่

แล้วฉันควรจะใช้เงินที่มีให้สมกับค่าที่แท้จริงของมันอย่างไรดี?

Advertisements

5 responses »

  1. ถ้าม้อยพึงใจในไอโฟนที่เล็งไว้และคิดว่าใช้คุ้มก็ซื้อไปเถิด

    แต่ถ้าคิดว่าซื้อมาก็ไม่คุ้มหรือไม่ได้ดีกว่าที่ใช้อยู่..ก็อย่าซื้อจ้ะ ความคิดนี้ก็จะตามไปกวน

    (รวมทั้งไม่มีอินสตราแกรม ม้อยก็ถ่ายรูปสวยอยู่แล้ว…อันนี้ขอนอกเรื่องหน่อย)

  2. (พอดีบังเอิญเข้ามาอ่าน) อย่าคิดมากนะครับ ที่เราไปรู้สึกไม่ดีแบบนั้นน่าจะเป็นเพราะเราเอาความเป็นตัวเราเข้าไปวัดสิ่งที่ชายหญิงคู่นั้นเผชิญ ไปคิดว่าถ้าเราอยู่ตรงนั้นคงแย่ ก็เหมือนกับเรามีความสุขของเราดี เก็บหอมรอมริบตั้งนานกว่าจะซื้อไอโฟนได้ แต่ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ความจริงพวกเศรษฐีมองมาที่เราก็รู้สึกว่าเราช่างโชคร้ายเสียจริง นั่นเพราะเขาเอาตัวเขามาคิดแทนเราเหมือนกันนั่นเอง

    สรุปแล้วเราเห็นใจผู้อื่นและเห็นใจตัวเราเองได้ในคราวเดียวกัน 🙂

  3. สวัสดีค่ะคุณ Nitiwat ดูเรื่องราวของเขาแล้วไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นหรอกค่ะ
    ยังเคารพเขาในวิถีของเขา (ก็ไม่น่าเคารพหรือเล่า จะมีเมียสักคนเขายังพากันไปพบผู้ใหญ่ ยังมีแผนจะสู่ขอแต่งงาน ให้เกียรติกันตามประเพณี)

    เพียงแต่เรื่องราวของเขาทำให้เราฉุกคิดน่ะค่ะ ว่าจริงๆ เงินของเราและของเขาน่าจะมีค่าเท่ากัน แต่เราได้ใช้มันเหมือนมันมีค่าหรือเปล่า เท่านั้นเอง

    ถ้าจะซื้อไอโฟนก็คงไม่เอาเงินเก็บซื้อหรอก คงผ่อน 0% 10 เดือนค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s